คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4471/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทและมีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการกำหนดให้ปฏิบัติ โดยได้รับค่าจ้างและต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของบริษัท ถือว่ามีฐานะเป็นลูกจ้างของบริษัทอีกฐานะหนึ่ง
2. การที่นายจ้างมีเหตุขัดข้องทางการเงินจนไม่สามารถจ่ายค่าจ้างตามเช็คได้ ยังไม่ถือว่านายจ้างจงใจผิดนัดโดยปราศจากเหตุอันสมควร เว้นแต่จะปรากฏพฤติการณ์อื่นที่แสดงถึงการจงใจดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นกรรมการของบริษัทจำเลย มีฐานะเป็นผู้แทนของบริษัทมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยมิใช่เป็นลูกจ้างของจำเลย แต่การที่คณะกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนของบริษัทจำเลยกำหนดให้โจทก์ทำหน้าที่ควบคุมการซื้อและจ่ายยา ให้ทำหน้าที่เป็นแพทย์เวรโดยได้รับค่าจ้างและโจทก์ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย ดังนี้ถือว่าโจทก์มีฐานะเป็นลูกจ้างของจำเลยอีกฐานะหนึ่ง
การที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คซึ่งจำเลยจ่ายชำระค่าจ้างให้แก่โจทก์โดยให้เหตุผลว่า จำเลยมีเงินในบัญชีไม่พอจ่ายตามเช็คนั้นเป็นเพียงแสดงว่าจำเลยมีเหตุขัดข้องทางการเงิน ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจผิดนัดในการจ่ายค่าจ้างโดยปราศจากเหตุอันสมควร จึงไม่ต้องรับผิดจ่ายเงินเพิ่มตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 31 วรรคสอง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายแพทย์ อุทัย ตีระวนินทร · จำเลย - บริษัท เอ็ม ซี เมดิคอล จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา