คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3504/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่กฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับภายหลังข้อพิพาทเกิดขึ้นและยังไม่ถึงที่สุด กฎหมายใหม่นั้นจะนำมาใช้บังคับกับข้อพิพาทเดิมไม่ได้ หากกฎหมายใหม่มีบทบัญญัติกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
* การจ่ายค่าล่วงเวลาตามระเบียบโดยมีเหตุผลอันสมควร ไม่ถือเป็นการจงใจผิดนัดและไม่มีเหตุสมควร
ย่อคำพิพากษา
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดกิจการที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 ไม่ใช้บังคับ ได้มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 20 กันนยายน 2534 ซึ่งข้อ 3 กำหนดให้ข้อพิพาทหรือคดีของโจทก์ซึ่งยังไม่ถึงที่สุดให้บังคับตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515จนกว่าข้อพิพาทหรือคดีจะถึงที่สุด ดังนั้น เมื่อข้อพิพาทหรือคดีของโจทก์ได้เกิดขึ้นก่อนและยังไม่ถึงที่สุดก่อนใช้ประกาศฉบับดังกล่าวข้างต้น จึงนำพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 มาใช้บังคับไม่ได้
จำเลยไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้โจทก์ซึ่งเป็นการกระทำตามระเบียบโดยมีเหตุผลอันสมควร จึงไม่เป็นการกระทำโดยจงใจผิดนัดและไม่มีเหตุสมควร โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.31
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางแก่นจันทร์ ยาวะพันธ์ · จำเลย - กระทรวงการคลัง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ประพัฒน์ อุชุภาพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายสถิต อรรถบลยุคล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา