⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4745/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4745/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าตนเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทและเบิกความยืนยันอายุของตนเองในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ย่อมถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว แม้จะมิได้ระบุอายุในคำฟ้องก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ แม้โจทก์จะมิได้ระบุอายุของตน ลงในคำฟ้องแต่ก็ได้บรรยายฟ้องไว้ว่าตน เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ซ. และเมื่ออ้างตนเองเป็นพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ก็เบิกความว่าตน มีอายุ 40 ปี ย่อมทราบได้ว่าโจทก์อายุ 40 ปี เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว จึงไม่เพียงพอที่จะถือว่าคำฟ้องดังกล่าวเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(3).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกนายสุรพล จันทวรรณศรี ว่า จำเลยที่ 1 และนายวีระ เจริญกิจว่า จำเลยที่ 2 สำนวนแรกโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 352, 83 ส่วนสำนวนที่สองและที่สามโจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 42 และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องทั้งสามสำนวนแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลจึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยทั้งสามสำนวนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 จำคุก 1 ปี สำนวนที่สองพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353รวม 2 กรรม จำคุกกรรมละ 1 ปี รวมเป็น 2 ปี สำนวนที่สามพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353จำคุก 6 เดือน ส่วนข้อหาอื่นรวมทั้งจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยที่ 1 ทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ทั้งสามสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า คำฟ้องของโจทก์ทั้งสามสำนวนมิได้ระบุอายุของโจทก์ไว้ อันเป็นสาระสำคัญ เพราะกฎหมายต้องการทราบว่า โจทก์เป็นผู้เยาว์หรือบรรลุนิติภาวะมีความสามารถในการฟ้องคดีเองได้หรือไม่ ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(3) นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 บัญญัติว่าฟ้องต้องทำเป็นหนังสือและมี (3) ตำแหน่งพนักงานอัยการผู้เป็นโจทก์ ถ้าราษฎรเป็นโจทก์ให้ใส่ชื่อตัวนามสกุล อายุ ที่อยู่ ชาติและบังคับ ข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีทั้งสามสำนวนนี้เป็นคดีที่ราษฏรเป็นโจทก์โดยมิได้ระบุอายุของโจทก์ลงในคำฟ้อง แต่โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ว่า โจทก์เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทเซ้าท์เทอร์นไทยรับเบอร์ (ภูเก็ต) จำกัด และเมื่อโจทก์อ้างตนเองเป็นพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ก็เบิกความว่าโจทก์มีอายุ 40 ปีจึงทราบได้แล้วว่าโจทก์อายุ 40 ปี เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว การที่โจทก์ไม่ได้ระบุอายุลงในฟ้องจึงไม่เป็นการเพียงพอที่จะถือว่าคำฟ้องของโจทก์เป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(3) ดังนั้น ฟ้องของโจทก์ทั้งสามสำนวนจึงสมบูรณ์ ฎีกาของจำเลยที่ ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4745/2530 นาย สมบูรณ์ ต้อง พงษ์ไพ ศาล โจทก์ นาย สุรพล จันทวรรณศ รี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สมบูรณ์ ต้อง พงษ์ไพ ศาล · จำเลย - นาย สุรพล จันทวรรณศ รี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ