⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5581/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5581/2530

ป.อาญา ม.157, 162 · ป.วิ.อาญา ม.158

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ทำเอกสารรับรองเป็นหลักฐานว่าข้อความในเอกสารนั้นเป็นเท็จ ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 (1) และมาตรา 157

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นกำนันและนายทะเบียนตำบลรู้ว่า ห. ซึ่งเป็นลูกบ้านของตนอยู่บ้านเลขที่ 249 มิใช่บ้านเลขที่ 363 เมื่อจำเลยที่ 1 มาแจ้งขอย้ายชื่อ ห. จากทะเบียนบ้านเลขที่ 159 ไปอยู่บ้านเลขที่ 363 จำเลยที่ 3 ย่อมรู้ได้ทันทีว่าข้อความในใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ท.ร.17 เป็นเท็จ จำเลยที่ 3 ลงชื่อในฐานะนายทะเบียนตำบลในเอกสารดังกล่าว จึงเป็นการลงชื่อรับรองเป็นหลักฐานอันเป็นเท็จ จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับรองเป็นหลักฐานว่าจำเลยที่ 1 แจ้งย้ายที่อยู่ของ ห. ซึ่งจำเลยที่ 3 รู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ และยังรับแจ้งในฐานะนายทะเบียนตำบลเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 (1), 157 ในฟ้องเดียวกันโจทก์อาจบรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยทั้งสามกรอกข้อความอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 และบรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความใน เอกสารและร่วมกันปลอมลายมือชื่อ ห. โดยอาศัยโอกาสที่จำเลยที่ 3 เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและ ประชาชนซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.162

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.162 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๘๔, ๙๑, ๑๓๗, ๑๔๔, ๑๕๗, ๑๖๑, ๑๖๒, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๗, ๒๖๘ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๑๓ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องบางข้อ ปฏิเสธบางข้อ จำเลยที่ ๒ ชั้นแรกให้การปฏิเสธ ต่อมาให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๔, ๙๑, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘ สำหรับจำเลยที่ ๓ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารสำหรับจำเลยที่ ๑ เป็นความผิดสองกรรม ฯลฯ จำเลยที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ (๑), ๑๕๗ ลงโทษตามมาตรา ๑๕๗ จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยที่ ๓ รู้จักกับนายหงษ์มานาน จำเลยที่ ๓ ย่อมจะรู้ว่านายหงษ์ซึ่งเป็นลูกบ้านของตนอยู่บ้านเลขที่ ๒๔๙ มิใช่บ้านเลขที่ ๓๖๓ เมื่อจำเลยที่ ๑ มาแจ้งขอย้ายชื่อนายหงษ์จากทะเบียนบ้านเลขที่ ๑๕๙ ไปอยู่บ้านเลขที่ ๓๖๓ ตามเอกสารหมาย จ. จำเลยที่ ๓ ย่อมรู้ได้ทันทีว่าข้อความในใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ท.ร.๑๗ เอกสารหมาย จ.๒ และ จ.๓ เป็นเท็จจำเลยที่ ๓ ลงชื่อในฐานะนายทะเบียนตำบล จึงเป็นการลงชื่อรับรองเป็นหลักฐานอันเป็นเท็จ จำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับรองเป็นหลักฐานว่าจำเลยที่ ๑ แจ้งย้ายที่อยู่ของนายหงษ์ ซึ่งจำเลยที่ ๓ รู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จและยังกระทำการรับแจ้งในฐานะเป็นนายทะเบียนตำบลตามเอกสารหมาย จ.๑, จ.๒ และ จ.๓ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การกระทำของจำเลยที่ ๓ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ (๑), ๑๕๗ ตามฟ้องข้อ (ก) จริง ส่วนที่จำเลยที่ ๓ ยกข้อต่อสู้ในชั้นฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์ข้อ (ก) บรรยายถึงการกระทำของจำเลยที่ ๓ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ และ ๑๗๕ ขัดแย้งกันเป็นฟ้องเคลือบคลุม อันเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยที่ ๓ ยกขึ้นกล่าวอ้างได้นั้นศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์ได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยที่ ๓ กระทำผิดแต่ละบทโดยฟ้องข้อเดียวกันโจทก์ประสงค์ให้ศาลลงโทษจำเลยที่ ๓ ฐานกรอกข้อความอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ และในขณะเดียวกันบรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความในเอกสารและร่วมกันปลอมลายมือชื่อนายหงษ์ แก้วมรกต โดยอาศัยโอกาสที่จำเลยที่ ๓ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าว เป็นการร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ จึงเป็นฟ้องเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5581/2530 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก โจทก์ นายจันทร์ เรืองฤทธิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก · จำเลย - นายจันทร์ เรืองฤทธิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายธราธร ศิลปโอสถ · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 20504/2556ฎีกา 99/2541ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 605/2511ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 7281/2537ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา