⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5673/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5673/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยหลบหนีไปและไม่มีทรัพย์สินจะชำระหนี้ได้ ถือว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวตามกฎหมายล้มละลาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองถูกเจ้าหนี้รายอื่นกับโจทก์ฟ้องเป็นคดีอาญาหลายเรื่อง จำเลยที่ 2 จึงได้หลบหนีไป และในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องคดีนี้ให้แก่จำเลยที่ 2 ต้องประกาศหนังสือพิมพ์ ส่วนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนก็ต้องส่งโดยวิธีปิดหมาย โดยเจ้าพนักงานผู้ส่งหมายรายงานว่าไม่มีป้ายชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 1 อยู่ที่ภูมิลำเนาตามฟ้อง ทั้งโจทก์นำสืบได้ความว่าจำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินใดที่จะชำระหนี้ได้ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ไปเสียจากเคหสถานที่เคยอยู่และปิดสถานที่ประกอบธุรกิจเพื่อประวิง การชำระหนี้ หรือมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 8 (4) ข. แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการ และจำเลยทั้งสองเข้าร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ เมื่อประมูลแชร์แล้วได้ออกเช็คชำระหนี้ค่าแชร์ไว้ให้ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายมูลหนี้ตามเช็คเป็นเงิน ๘๙๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอศาลพิพากษาให้ล้มละลาย จำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัว อันสมควรตกเป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่นั้นได้ความว่าจำเลยทั้งสองถูกเจ้าหนี้รายอื่นรวมทั้งโจทก์ในคดีนี้ฟ้องเป็นคดี อาญาหลายเรื่อง โดยเฉพาะโจทก์ในคดีนี้ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีอาญาเกี่ยวกับเช็ค ๑ สำนวน และหลังจากถูกฟ้องคดีอาญาดังกล่าวแล้วจำเลยที่ ๒ ก็หลบหนีไป ในการส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องในคดีนี้ให้แก่จำเลยที่ ๒ จึงต้องประกาศทางหนังสือพิมพ์ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ก็ส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องโดยวิธีธรรมดาไม่ได้ต้องส่งโดยวิธีปิดหมายโดยได้ความจากรายงานการเดินหมายของ เจ้าพนักงานศาลว่าที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่ ๑ ตามฟ้องไม่มีป้ายชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๑ อยู่เลย ทั้งโจทก์นำสืบได้ความว่าจำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินใดที่จะชำระหนี้ได้เพราะได้จำหน่ายจ่ายโอนไปหมดแล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกหนี้ได้ไปเสียจากเคหสถานที่เคยอยู่และปิดสถานที่ประกอบธุรกิจเพื่อประวิงการชำระหนี้หรือมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๘ (๔) ข.และโดยที่จำเลยทั้งสองก็มิได้เข้ามาต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์หักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าวว่าจำเลยทั้งสองยังมีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ได้หรือไม่ประการใด คดีจึงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวอันเข้าหลักเกณฑ์ที่เจ้าหนี้จะฟ้องให้ล้มละลายได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง สำหรับค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5673/2530 บริษัทขอนแก่นภักดี จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดขอนแก่นยูไนเต็ดอลูมิเนียม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทขอนแก่นภักดี จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดขอนแก่นยูไนเต็ดอลูมิเนียม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์ · ประชา บุญวนิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายตามจิต โสตถิธรรม์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 5884/2559ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4339/2534ฎีกา 534/2504ฎีกา 1245/2553ฎีกา 1239/2514ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3778/2542ฎีกา 3733/2531ฎีกา 3556/2533ฎีกา 5035/2541ฎีกา 7248/2540ฎีกา 2203/2531ฎีกา 1063/2533ฎีกา 849/2534ฎีกา 780/2542ฎีกา 606-607/2525ฎีกา 1343/2505ฎีกา 7539/2548ฎีกา 974/2519ฎีกา 2565/2533ฎีกา 1711/2525ฎีกา 7093/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา