⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5779/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5779/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นอุทธรณ์ในวันเปิดทำการถัดไป ถือว่าเป็นการยื่นภายในกำหนด หากวันสุดท้ายของกำหนดตรงกับวันหยุดราชการ และศาลต้องแจ้งคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ให้จำเลยทราบ เพื่อให้จำเลยใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2528 จำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับแรกเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2528 พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันที่ 6 เมษายน 2528 เพื่อจะทำอุทธรณ์ฉบับสมบูรณ์มายื่นเพิ่มเติม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับเป็นอุทธรณ์ของจำเลยและอนุญาตให้ขยายระยะเวลาได้ตามขอจำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับที่สองอันเป็นฉบับเพิ่มเติมผ่านเรือนจำกลางชลบุรี แต่ระยะเวลายื่นอุทธรณ์ที่ศาลชั้นต้นขยายให้ครบกำหนดในวันที่ 21 เมษายน 2528 ตรงกับวันอาทิตย์เป็นวันหยุดราชการ อุทธรณ์เพิ่มเติมของจำเลยที่ยื่นในวันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2528 ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดทำการย่อมเป็นการยื่นภายในกำหนดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์เพิ่มเติมของจำเลย และไม่ได้แจ้งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยทราบ จึงไม่ทราบว่าจำเลยจะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ หรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไปโดยไม่ให้โอกาสจำเลยใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งก่อน จึงไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๒๗ เวลากลางวัน จำเลยบังอาจกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือ จำเลยบังอาจมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์อันเป็นเกลือของ เฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดดูดเครื่องดื่มรวม ๑๓ หลอด หนัก ๐.๖๓ กรัม อันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท ๑ และบังอาจนำเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์จำนวนดังกล่าวอันเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ข้อ ๑๒๗ (๑) เข้าไปในเรือนจำกลางชลบุรีเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว เหตุเกิดที่ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดมาแล้วในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษเฮโรอีนถูกจำคุกมีกำหนด ๕ ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๔๔๐/๒๕๒๔ ของศาลชั้นต้น แล้วมากระทำผิดในคดีนี้อีก และจำเลยเป็นจำเลยที่ ๒ ในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ ๒๔๔๐/๒๕๒๔ ของศาลนี้ด้วย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔,๗,๑๕, ๖๖, ๖๗,๑๐๒,๑๐๓ ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๔๕, ๕๘ กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๗๙ ข้อ ๑๒๗ (๑) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ให้เรียงกระทงลงโทษ ริบเฮโรอีนของกลางเพิ่มโทษจำเลยและนับโทษของจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๔๔๐/๒๕๒๔ ของศาลชั้นต้นด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕, ๖๖, ๖๗, ๙๗ วางโทษจำคุก ๕ ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งเป็นโทษจำคุก ๗ ปี ๖ เดือน ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหาตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ของกลางริบ นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๔๔๐/๒๕๒๔ ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของจำเลยมิได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายโดยแจ้งชัด จึงเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปรากฏว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๘ จำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับแรกเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๒๘ พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก ๑๕ วัน นับแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๒๘ เพื่อจะทำอุทธรณ์ฉบับสมบูรณ์มายื่นเพิ่มเติม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับเป็นอุทธรณ์ของจำเลยและอนุญาตให้ขยายเวลาได้ตามขอ จำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับที่สองอันเป็นฉบับเพิ่มเติมผ่านเรือนจำกลางชลบุรี แต่ระยะเวลายื่นอุทธรณ์ที่ศาลชั้นต้นขยายให้ครบกำหนดในวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๒๘ ตรงกับวันอาทิตย์ เป็นวันหยุดราชการอุทธรณ์เพิ่มเติมของจำเลยที่ยื่นในวันจันทร์ที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๘ อันเป็นวันแรกที่เปิดทำการ ย่อมเป็นการยื่นภายในกำหนดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์เพิ่มเติมของจำเลย และมิได้แจ้งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยทราบจึงไม่ทราบว่าจำเลยจะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญามาตรา ๑๙๘ ทวิ หรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นส่งสำเนาไปให้ศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไปโดยมิได้ให้โอกาสจำเลยใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่ง ก่อน จึงเป็นการไม่ชอบ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้จำเลยทราบคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เพิ่มเติมของศาลชั้นต้น แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปใหม่ตามกฎหมายและตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5779/2530 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายประเทือง หรือ เกรียงศักดิ์ ชาญวรางกูร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · จำเลย - นายประเทือง หรือ เกรียงศักดิ์ ชาญวรางกูร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายประสาท พูลเพิ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2281/2545ฎีกา 2015/2547ฎีกา 4085/2545ฎีกา 9200/2552ฎีกา 6591/2537ฎีกา 8593/2544ฎีกา 779/2541ฎีกา 213/2539ฎีกา 1258/2542ฎีกา 1356-1360/2508ฎีกา 7352/2549ฎีกา 32/2486ฎีกา 4537/2548ฎีกา 2486/2558ฎีกา 1353/2529ฎีกา 537/2554ฎีกา 2059/2522ฎีกา 74/2535ฎีกา 459/2479ฎีกา 5665/2538ฎีกา 2789/2545ฎีกา 5813/2549ฎีกา 7634/2556ฎีกา 1867/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา