⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 596/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 596/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพียงการยื่นคำร้องขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินและนำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดที่ดิน ยังไม่ถือเป็นการแย่งการครอบครองกรรมสิทธิ์ในที่ดิน

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยเพียงแต่ยื่นคำร้อง ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน และนำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดที่ดินพิพาท ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการแย่งการครอบครอง ฉะนั้นเมื่อนับระยะเวลาจากวันที่จำเลยบุกรุกเข้าไถที่พิพาทจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องคดียังไม่เกิน 1 ปี โจทก์จึงยังไม่ขาดสิทธิในการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทและชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 65,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นที่ดินมือเปล่า จำเลยได้เข้าครอบครองทำประโยชน์โดยปลูกอ้อยและไม้ยืนต้นทั้งได้เสียภาษีที่ดินมาประมาณ 17 ปีแล้ว เมื่อประมาณ 1 ปีเศษก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยได้ยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน โจทก์คัดค้าน เจ้าพนักงานที่ดินจึงยังไม่อาจออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้จำเลยได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 5,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียม โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท แทนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 800 บาท จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาท แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "...ส่วนโจทก์จะฟ้องคดีเกินระยะเวลา 1 ปีนับแต่จำเลยเข้าแข่งการครอบครองหรือไม่นั้น เห็นว่า เพียงแต่ที่จำเลยยื่นคำร้องขอออก น.ส. 3 และนำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดที่พิพาทยังถือไม่ได้ว่าเป็นการแย่งการครอบครองจนกระทั่งวันที่15 มีนาคม และ 27 พฤษภาคม 2523 อันเป็นวันที่จำเลยบุกรุกเข้าไถที่พิพาทที่จำเลยขอออก น.ส.3 ซึ่งมีเนื้อที่ 7 ไร่และ 10 ไร่ ซึ่งโจทก์ได้ซื้อจากนายสินรวมอยู่ด้วยตามคำเบิกความของโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 157/2524 ที่โจทก์อ้างเป็นพยานในคดีนี้จึงจะถือได้ว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่พิพาทของโจทก์ เมื่อนับระยะเวลาจากวันดังกล่าวถึงวันโจทก์ฟ้องคดีนี้ยังไม่เกิน 1 ปี โจทก์จึงยังไม่ขาดสิทธิในการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกข้อ" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 596/2530 นางน้ำใจ ลิมปิสุรีย์ ฯ โจทก์ นางมาลัย นาคกร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางน้ำใจ ลิมปิสุรีย์ ฯ · จำเลย - นางมาลัย นาคกร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยรรยง อิทธิพงษ์ · เสนอ ศรนิยม · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3089/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1153/2501ฎีกา 6405/2550ฎีกา 7619/2543ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 1686/2520ฎีกา 7706/2548ฎีกา 2938/2519ฎีกา 5393/2540ฎีกา 5051/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1575/2531ฎีกา 2923/2535ฎีกา 7546/2542ฎีกา 178/2485ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546ฎีกา 344/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ