คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ในคดี จะต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนั้นโดยตรง หรือลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องที่ได้จดทะเบียนหรือยื่นคำร้องตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้น
ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจของผู้ร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา
ย่อคำพิพากษา
บุคคลผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ในคดีใดได้นั้น จะต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีนั้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 กล่าวคือจะต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนั้นโดยตรง และในกรณีที่มีการอายัดสิทธิเรียกร้อง ลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องนั้น หากเป็นบุคคลอื่นใดต้องเป็นผู้ที่ชอบจะใช้สิทธิอันได้จดทะเบียนไว้โดยชอบหรือที่ได้ยื่นคำร้องตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 288, 289 และ 290 อันเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องเช่นว่ามานั้น
เจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาในคดีอื่น แต่ไม่ได้ร้องขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่มีการขายทอดตลาดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 นั้น จึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ไม่มีสิทธิร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ในคดีนั้น
เกี่ยวกับอำนาจของผู้ร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมาแต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพร้อมตึกแถวของจำเลยให้แก่นายสุนทรา จินตะมัย ไปในราคา ๗๑๑,๐๐๐ บาท
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๐๙๓/๒๕๒๕ จึงมีส่วนได้เสียในการขายทอดตลาดทรัพย์ครั้งนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ให้นายสุนทราเป็นการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบและได้ราคาต่ำกว่าที่ซื้อขายกันในปัจจุบัน ส่อถึงการขายทอดตลาดที่ไม่สุจริต ขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดครั้งนี้
โจทก์คัดค้านว่า คนเดียวก็เปิดประมูลได้ราคาที่ขายไปก็สมควรแล้ว
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องจะมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ในคดีนี้ได้ ผู้ร้องจะต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๐ กล่าวคือจะต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้โดยตรงและในกรณีที่มีการอายัดสิทธิเรียกร้อง ลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องนั้น หากเป็นบุคคลอื่นใดต้องเป็นผู้ที่ชอบจะใช้สิทธิอันได้จดทะเบียนไว้โดยชอบ หรือที่ได้ยื่นคำร้องขอตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ และ ๒๙๐ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องเช่นว่ามานั้น ผู้ร้องแม้จะเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาในคดีอื่น แต่ไม่ได้ร้องขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ตามมาตรา ๒๙๐ ดั่งที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๐ (๒) ผู้ร้องจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีนี้ไม่มีสิทธิร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์คดีนี้ ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจของผู้ร้องดังกล่าวแม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมาแต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ และคดีไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัยถึงฎีกาของผู้ร้องต่อไปแต่อย่างใด ที่ศาลล่างสั่งยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2530
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์
นางเสริมสิริ พิทยาไพบูลย์ ผู้ร้อง
นางนภาศรี สิทธิองอาจ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · ผู้ร้อง - นางเสริมสิริ พิทยาไพบูลย์ · จำเลย - นางนภาศรี สิทธิองอาจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา