⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 81/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การชั้นสอบสวนของพยานที่ไม่ได้สาบานตนต่อหน้าศาลและไม่ได้ผ่านการถามค้าน จะฟังมาลงโทษจำเลยไม่ได้ และคำซัดทอดระหว่างคนร้ายด้วยกันจะฟังมาประกอบคดีในศาลเพื่อใช้ยันแก่จำเลยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่สามารถนำประจักษ์พยานมาเบิกความชั้นพิจารณาได้โจทก์จึงส่งคำให้การของประจักษ์พยานชั้นสอบสวนเป็นพยานต่อศาลคำให้การดังกล่าวเป็นพยานชั้นสอง มิได้กระทำต่อหน้าศาลและต่อหน้าจำเลย เป็นคำให้การที่พยานมิได้สาบานตนตามลัทธิศาสนาต่อหน้าศาล มิได้ผ่านการถามค้านเพื่อกระจายข้อเท็จจริง สำหรับค้นคว้าหาความจริงโดยละเอียดตามกระบวนความ ลำพังคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวจะฟังมาลงโทษจำเลยหาได้ไม่. คำซัดทอดระหว่างคนร้ายด้วยกันจะฟังมาประกอบคดีในศาลใช้ยันแก่จำเลยหาได้ไม่ จะใช้ยันเป็นพยานหลักฐานได้ก็เฉพาะต่อตัวผู้ให้การโดยเฉพาะ.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.133 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 จ้างวานใช้ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยที่ 3 ที่ 4 ได้ร่วมกันกระทำความผิดตามที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 จ้างวานใช้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 289 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 83, 84 ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่1 ให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาและคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยทั้งสองหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 คงจำคุกจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ตลอดชีวิต จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 83, 91 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ วางโทษจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ประหารชีวิต ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกคนละ 2 ปี ฐานพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตเฉพาะจำเลยที่ 3 จำคุก 1 ปี เรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และการที่จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4ให้การรับสารภาพตลอดมาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 คงจำคุกจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'โจทก์มีประจักษ์พยานเพียงปากเดียวที่รู้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไปว่าจ้างจำเลยที่ 4 ให้หาคนไปฆ่าผู้ตาย พยานผู้นั้นคือนางแมะยะมะตาเฮ ภริยาของจำเลยที่4 แต่โจทก์ไม่สามารถนำนางแมะยะ มะตาเฮ มาเบิกความในชั้นพิจารณาได้ โจทก์จึงส่งคำให้การชั้นสอบสวนของนางแมะยะ มะตาเฮ ตามเอกสารหมาย จ.15 เป็นพยานต่อศาล คำให้การดังกล่าวเป็นพยานชั้นสอง มิได้ทำต่อหน้าศาล และต่อหน้าจำเลย เป็นคำให้การที่พยานมิได้สาบานตนตามลัทธิศาสนาต่อหน้าศาล มิได้ผ่านการถามค้านเพื่อกระจายข้อเท็จจริงสำหรับค้นคว้าหาความจริงโดยละเอียดตามกระบวนความ ลำพังคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวจะฟังมาลงโทษจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 หาได้ไม่ นอกจากคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวแล้ว โจทก์คงมีคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 3 และของจำเลยที่ 4 ตามเอกสารหมาย จ.7 และเอกสารหมาย จ.8 ซึ่งมีข้อความซัดทอดไปถึงจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ว่าเป็นผู้จ้างให้ฆ่าผู้ตาย ศาลฎีกาเห็นว่า คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 3และของจำเลยที่ 4 มีฐานะดุจกันกับคำให้การชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ. 15 ยิ่งกว่านั้นยังเป็นคำซัดทอดระหว่างคนร้ายด้วยกัน จะฟังมาประกอบคดีในศาลใช้ยันแก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 หาได้ไม่ จะใช้เป็นพยานหลักฐานได้ก็แต่ผู้ให้การโดยเฉพาะตัวเท่านั้น ตามแบบอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2509 คดีระหว่างพนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์ นายชุ้น แซ่จิว จำเลย ดังนั้นคำให้การชั้นสอบสวนสองฉบับจึงไม่อาจรับฟังมาลงโทษจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ ร้อยตำรวจเอกมงคล สมาหารพันธุ์พนักงานสอบสวนยอมรับว่า เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 นอกจากคำซัดทอดของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 แล้วไม่มีพยานอื่นอีก ส่วนบันทึกการจับกุมจำเลยที่ 1 เอกสารหมาย จ.3 แม้จะมีข้อความว่าจำเลยที่ 1รับสารภาพก็ยังไม่เป็นพยานหลักฐานที่เพียงพอสำหรับจะฟังมาลงโทษจำเลยที่ 1 คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 และของจำเลยที่ 2 ต่างซัดทอดซึ่งกันและกัน และไม่สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 3 และของจำเลยที่ 4 คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 และของจำเลยที่ 2 จึงไม่อาจรับฟังมาลงโทษจำเลยทั้งสองได้อีกเช่นกัน พยานหลักฐานโจทก์เป็นดังนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด ปัตตานี โจทก์ นาย ยา ยอหรือยะฮ์ยอ ลาแม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ปัตตานี · จำเลย - นาย ยา ยอหรือยะฮ์ยอ ลาแม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4499/2531ฎีกา 286/2536ฎีกา 3219/2516ฎีกา 880/2502ฎีกา 1640/2526ฎีกา 729/2489ฎีกา 949/2530ฎีกา 4979/2541ฎีกา 3012-3013/2543ฎีกา 1496/2543ฎีกา 899/2487ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1120/2521ฎีกา 2414/2515ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1404/2512ฎีกา 6759/2540ฎีกา 7847/2544ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4519/2544ฎีกา 186/2514ฎีกา 915/2478
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา