⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 949/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2530

ป.อาญา ม.276, 285, 288 · ป.วิ.อาญา ม.226, 227

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับฟังคำให้การของผู้เสียหายในชั้นสอบสวนเป็นพยานหลักฐานต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อผู้เสียหายไม่ได้มาเบิกความต่อศาล และคำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่มีรายละเอียดเพียงพอที่จะรับฟังลงโทษได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเป็นพยาน คงมีแต่คำให้การในชั้นสอบสวนของผู้เสียหายว่าจำเลยข่มขืนผู้เสียหายหลายครั้ง พยานของโจทก์ปากอื่นก็ล้วนแต่ได้รับฟังการบอกเล่ามาจากผู้เสียหาย ส่วนคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยก็ไม่มีรายละเอียดว่าผู้เสียหายถูกข่มขืนกระทำชำเราที่ไหนอย่างไรจำเลยให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนและชั้นศาลตลอดมา พยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่พอฟังลงโทษจำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.285 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.285 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นบิดาของนางเสนาะ อ่วมศิลป์ผู้เสียหายได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายรวม ๘ วัน ๘ ครั้ง ด้วยการใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้สืบสันดานและอยู่ในความปกครองของจำเลยโดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้จนสำเร็จความใคร่ทุกครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๘๕, ๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ ประกอบด้วยมาตรา ๒๘๕ โดยกำหนดโทษตามกฎหมายก่อนมีการแก้ไขอันเป็นกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ จำคุก ๕ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความเป็นพยาน คงมีแต่คำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายซึ่งให้การยืนยันว่า จำเลยได้กระทำการข่มขืนผู้เสียหายหลายครั้งจนกระทั่งผู้เสียหายตั้งครรภ์ขึ้น พยานของโจทก์ปากอื่นที่เบิกความถึงในข้อเท็จจริงที่ว่าผู้เสียหายถูกข่มขืนกระทำชำเราก็ล้วนแต่รับฟังมาจากผู้เสียหาย จึงเป็นพยานบอกเล่าทั้งสิ้น คำรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยก็ไม่มีรายละเอียดว่าผู้เสียหายถูกข่มขืนกระทำชำเราที่ไหนอย่างไรจำเลยก็ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนและชั้นศาลตลอดมาเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังลงโทษจำเลย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2530 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ นายแสวง อ่วมศิลป์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี · จำเลย - นายแสวง อ่วมศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยรรยง อิทธิพงษ์ · เสนอ ศรนิยม · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายประเสริฐ วิริยสิหธาวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1597/2522ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 824/2535ฎีกา 19406/2555ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 3237/2543ฎีกา 4519/2544ฎีกา 16867/2557ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3800/2564ฎีกา 1082/2511ฎีกา 960/2559ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา