คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อนายจ้างเต็มใจยอมรับผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำของลูกจ้างที่ผิดระเบียบ และไม่ได้ดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างจริงจัง ย่อมถือว่านายจ้างยอมรับการกระทำนั้นแล้ว และจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการกระทำดังกล่าวไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นผู้จัดการสาขาของธนาคารโจทก์อนุมัติให้ลูกค้าเบิกเงินเกินบัญชีโดยผิดระเบียบหลายราย แต่โจทก์ก็ได้ติดตามทวงถามจนได้รับชำระหนี้ครบถ้วนคงเหลือเพียง 2 ราย ในการอนุมัติดังกล่าวจำเลยได้รายงานให้สำนักงานใหญ่ทราบทุกครั้งเป็นวัน ๆ ไป โจทก์หาได้ทักท้วงเป็นกิจจะลักษณะหรือดำเนินการลงโทษจำเลยทางวินัยไม่ กลับยอมรับเอาดอกเบี้ยอันเป็นผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำของจำเลยมาตลอด แสดงว่าโจทก์เต็มใจยอมรับเอาผลเสียหายอันอาจเกิดแก่โจทก์ในอนาคต ไม่ได้ถือเอาการที่จำเลยอนุมัติให้ลูกค้าเบิกเงินเกินบัญชีโดยผิดระเบียบข้อบังคับของโจทก์ เป็นการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างจริงจังจึงไม่อาจถือว่าจำเลยผิดสัญญาตัวแทนโดยการปฏิบัติหน้าที่ผิดระเบียบข้อบังคับของโจทก์โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการกระทำของจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้จัดการธนาคารสาขานางลิ้นจี่ของโจทก์กระทำโดยประมาทเลินเล่อโดยปราศจากอำนาจและนอกเหนืออำนาจโดยอนุมัติเบิกเงินเกินบัญชีแก่ลูกค้า ๒ ราย เกินวงเงินและมิได้รับอนุมัติจากสำนักงานใหญ่ ไม่ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีหลักทรัพย์เป็นประกันตามระเบียบ ลูกค้าดังกล่าวไม่มีทรัพย์สินที่จะบังคับชำระหนี้ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยใช้เงิน ๓๑๐,๐๙๒.๑๓ บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ประมาท โจทก์ยอมรับเอาผลการปฏิบัติของจำเลยและไม่เคยโต้แย้ง ต้องถือว่าโจทก์อนุมัติโดยปริยายหรือให้สัตยาบันแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยได้อนุมัติให้ลูกค้าเบิกเงินเกินบัญชีโดยผิดระเบียบหลายราย แต่โจทก์ก็ได้ติดตามทวงถามจนได้รับชำระหนี้คืนครบถ้วน คงเหลือเพียง ๒ รายคือรายของบริษัทยิ่งกาญจนา จำกัด กับบริษัทฟาร์อีสมีเดียเซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งแต่ละรายจำเลยได้อนุมัติโดยผิดระเบียบมาเป็นเวลาช้านาน เมื่อจำเลยอนุมัติให้ลูกค้าของโจทก์เบิกเงินเกินบัญชีโดยผิดระเบียบ จำเลยก็ได้รายงานให้สำนักงานใหญ่ของโจทก์ทราบทุกครั้งเป็นวัน ๆ ไป ปรากฏว่าโจทก์หาได้ทักท้วงอย่างเป็นกิจลักษณะ หรือดำเนินการลงโทษจำเลยทางวินัยไม่ กลับยอมรับเอาดอกเบี้ยอันเป็นผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำของจำเลยมาตลอด อนึ่ง ลูกค้าที่จำเลยอนุมัติให้เบิกเงินเกินบัญชีไปก็ได้นำเงินมาเข้าบัญชีของตนบ้าง เบิกเงินในบัญชีกระแสรายวันไปบ้างมาตลอด โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ดำเนินการในเรื่องนี้แต่อย่างใด แสดงว่าโจทก์เต็มใจยอมรับผลเสียหายอันอาจเกิดแก่โจทก์ในอนาคต และเป็นกรณีที่เห็นได้ชัดว่า โจทก์มิได้ถือเอาการที่จำเลยอนุมัติให้ลูกค้าเบิกเงินเกินบัญชีโดยผิดระเบียบข้อบังคับของโจทก์ เป็นการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างจริงจังแต่อย่างใด ดังจะเห็นได้ว่าในชั้นจำเลยขอลาออกจากการเป็นพนักงานของโจทก์ เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๒๕ โจทก์ก็อนุมัติให้ลาออกแต่โดยดี ทั้ง ๆ ที่ทราบอยู่แล้วว่า จำเลยอนุมัติให้บริษัทยิ่งกาญจนา ฯ และบริษัทฟาร์อีสมีเดีย ฯ เบิกเงินเกินบัญชีไปโดยผิดระเบียบและยังเรียกเงินคืนไม่ได้ หลังจากนั้นก็ทิ้งเรื่องนี้ไว้อีกเป็นเวลานานถึง ๕ ปีเศษ จึงนำคดีมาฟ้องจำเลย ดังนี้แม้โจทก์ยังไม่สามารถเรียกเงินคืนจากบริษัททั้งสอง ก็ไม่อาจถือว่าจำเลยผิดสัญญาตัวแทนโดยการปฏิบัติหน้าที่ผิดระเบียบข้อบังคับของโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายดังฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2531
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์
นางไพฑูรย์ทิพย์ ยุวบูรณ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - นางไพฑูรย์ทิพย์ ยุวบูรณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา