⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1313/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาว่าเป็นโมฆะ มีผลเท่ากับสัญญาไม่มีผลมาตั้งแต่ต้น ผู้ที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจากการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังสัญญาโมฆะ จึงไม่มีอำนาจฟ้องฐานปลอมเอกสารและเบิกความเท็จ.

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาว่าเป็นโมฆะแล้วนั้น มีผลเท่ากับสัญญาไม่มีผลมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น แม้จำเลยทั้งสองจะร่วมกันเติมข้อความลงในช่องว่างที่เว้นไว้ในสัญญาผิดไปจากข้อตกลงและเบิกความยืนยันข้อความนั้นต่อศาลก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่ประการใด โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยฐานปลอมเอกสารและเบิกความเท็จ การที่จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลว่า เจ้ามรดกกู้เงินผู้อื่นและจำเลยเป็นผู้ชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยแทนเจ้ามรดกนั้น หาใช่เป็นข้อสาระสำคัญในการฟ้องขอแบ่งมรดกแต่ประการใดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสิทธิโดยจำเลยที่ ๑ ใช้หรือจ้างวานจำเลยที่ ๒ ทำการเพิ่มเติมข้อความในหนังสือประนีประนอมยอมความแบ่งทรัพย์สินระหว่างโจทก์กับพวกและจำเลยที่ ๑ เพื่อให้จำเลยที่ ๑ ได้รับทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากข้อตกลงในสัญญาดังกล่าวโดยโจทก์กับพวกมิได้ยินยอมให้มีการแก้ไขดังกล่าว และต่อมาจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีแพ่งและนำสืบอ้างเอกสารปลอมต่อศาล โดยจำเลยที่ ๑ ได้เบิกความเท็จต่อศาลหลายตอนมีข้อสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า "ได้ชำระหนี้ให้กับนายชำนาญไปแล้วรวมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ต่อเดือน รวม ๑๖๐,๐๐๐ บาท" ซึ่งคำเบิกความดังกล่าวของจำเลยที่ ๑ เป็นความเท็จทั้งสิ้น กล่าวคือนายชั้วเจ้ามรดกไม่เคยกู้ยืมเงินจากนายชำนาญ และจำเลยที่๑ ไม่เคยชำระหนี้ให้กับนายชำนาญแทนนายชั้ว และจำเลยที่ ๒เบิกความต่อศาลมีสาระสำคัญว่า จำเลยที่ ๒ ไม่เคยตกเติมอะไรในสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งเป็นความเท็จเพราะจำเลยที่ ๒ ได้เพิ่มเติมข้อความลงในสัญญาภายหลัง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๔, ๙๑, ๑๗๗, ๑๘๐, ๒๖๔, ๒๖๕ และ ๒๖๘ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์เป็นผู้เสียหาย มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ได้ความว่าโจทก์เป็นบุตรคนหนึ่งของนายชั้วและนางชลอน นุชท่าโก หลังจากนางชลอมถึงแก่กรรมแล้ว นายชั้วได้แต่งงานกับจำเลยที่ ๑ เมื่อพ.ศ. ๒๕๑๓ และมีบุตรด้วยกัน ๑ คน คือ เด็กหญิงชีวารัตน์หรือชีวรัตน์ ต่อมาวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๒๓ นายชั้วถึงแก่กรรม วันที่๑๔ สิงหาคม ๒๕๒๓ โจทก์ นางบุษกร นุชท่าโก นายบัณฑิต นุชท่าโกนายสัมพันธ์ นุชท่าโก และนายสมชาย นุชท่าโก กับจำเลยที่ ๑และบุตรได้ทำหนังสือสัญญาประนีประนอมแบ่งมรดกของนายชั้ว วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๒๔ โจทก์ นางบุษกรและนายบัณฑิตเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ขอแบ่งมรดกของนายชั้วจำเลยที่ ๑ ยกสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.๖ ในสำนวนคดีแพ่งแดงที่ ๕๕/๒๕๒๕ ต่อมาวันที่ ๑๖กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ นางกำไรจึงเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เป็นคดีเรื่องนี้กล่าวหาว่าร่วมกันปลอมโดยเพิ่มเติมข้อความในหนังสือสัญญาประนีประนอม และเบิกความเท็จเกี่ยวกับหนังสือสัญญาประนีประนอมดังกล่าวซึ่งผลที่สุดศาลฎีกาพิพากษาว่า หนังสือสัญญาประนีประนอมตามเอกสารหมาย ล.๖ ในคดีแพ่งแดงที่ ๕๕/๒๕๒๕ เป็นโมฆะ จากที่ได้ความดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อสัญญาประนีประนอมตามเอกสารหมาย ล.๖ เป็นโมฆะตามคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งมีผลเท่ากับว่าหนังสือสัญญาประนีประนอมไม่มีผลมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นถึงแม้หากจำเลยทั้งสองจะได้ร่วมกันเพิ่มเติมเลขที่น.ส๓ และ น.ส.๓ก. ลงในช่องว่างที่เว้นไว้ผิดไปจากข้อตกลงและเบิกความยืนยันข้อความในหนังสือสัญญาประนีประนอมนั้นก็จะไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่ประการใด ส่วนในข้อที่ฟ้องว่า จำเลยเบิกความเท็จว่า นายชั้วกู้เงินนายชำนาญ๑๐๐,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน ๑๖๐,๐๐๐ บาท นั้นก็หาใช่เป็นข้อสาระสำคัญในการฟ้องขอแบ่งมรดกแต่ประการใดไม่ ดังนั้นโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2531 นางกำไร บำรุงไทย โจทก์ นางอารมณ์ นุชท่าโก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกำไร บำรุงไทย · จำเลย - นางอารมณ์ นุชท่าโก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ถาวร ตันตราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไมตรีย์ โมรรัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 3014/2531ฎีกา 8080/2538ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 313/2526ฎีกา 3911/2568ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 191/2520ฎีกา 3535/2528ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 4547/2530ฎีกา 1813/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา