⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1522/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1522/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้กระทำความผิดหลักไม่มีความผิด ผู้สนับสนุนการกระทำความผิดนั้นก็ไม่มีความผิดตามไปด้วย และศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขคำพิพากษาให้เป็นคุณแก่จำเลยได้ แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาในส่วนนั้นก็ตาม หากเป็นเหตุในลักษณะคดี

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์อันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเมื่อศาลฎีกาฟังว่าจำเลยที่3 ไม่ได้กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการแล้วจำเลยที่ 5จึงไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการด้วย คงมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคแรกเท่านั้น แม้จำเลยที่ 5 มิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขเพราะเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกับจำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 ซึ่งเป็นลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการได้ร่วมกันปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การฯ และร่วมกันเบียดบังเอาเงินขององค์การฯ ไปโดยทุจริตหลายครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 83 จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันวางโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน จำเลยที่ 4 กระทำผิด 5 กระทง รวมเป็นจำคุก 10 เดือน จำเลยที่ 5 กระทำผิด 24 กระทง รวมเป็นจำคุก 4 ปี จำเลยที่ 6 กระทำผิด 14 กระทง รวมเป็นจำคุก 2 ปี 4 เดือนคำขอนอกจากนี้และฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้ยก โจทก์และจำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 ให้ลงโทษตามมาตรา 147 ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 9 ปี จำเลยที่ 4 ถึงที่6 มีความผิดตามมาตรา 147 ประกอบด้วยมาตรา 86 ให้จำคุกคนละ 6 ปีคำเบิกความของจำเลยทั้งสี่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 ให้จำคุกจำเลยที่ 3 ไว้ 6 ปี จำคุกจำเลยที่ 4 ถึงที่6 คนละ 4 ปี คำขออื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...เมื่อฟังว่าจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานไม่ได้กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการแล้วจำเลยที่ 5 จึงไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการด้วย จำเลยที่ 5 คงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นเท่านั้นแม้จำเลยที่ 5 จะไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขเพราะเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213' พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคแรก ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 วางโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน จำเลยที่5 กระทำผิด 24 กระทง รวมเป็นจำคุก 4 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1522/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ โจทก์ นาย กิตติ บุญศิริ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ · จำเลย - นาย กิตติ บุญศิริ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 927/2490ฎีกา 7100/2538ฎีกา 1092/2505ฎีกา 1057/2514ฎีกา 712/2559ฎีกา 1172/2511ฎีกา 605/2511ฎีกา 6355/2544ฎีกา 726/2487ฎีกา 3595/2532ฎีกา 617/2536ฎีกา 4547/2530ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 9368/2552ฎีกา 2386/2541ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 1966/2531ฎีกา 3985/2530ฎีกา 1312/2543ฎีกา 308/2530ฎีกา 845/2550ฎีกา 355/2515ฎีกา 1803/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา