⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1621/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1621/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 3(1)(2) และ (3) ไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คอ้างเหตุผลว่า ผู้สั่งจ่ายสั่งระงับการจ่ายการกระทำของจำเลยเป็นความผิดโดยจำเลยมีเจตนาที่จะไม่ให้โจทก์ได้รับเงินตามเช็คและบังอาจออกเช็คให้ใช้เงินที่มีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงจ่ายให้ได้ และออกเช็คในขณะที่ออกจำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีพอจ่ายตามเช็ค เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(1)(2) และ (3)มิใช่เป็นการฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยห้ามมิให้ใช้เงินตามเช็ค โดยมีเจตนาทุจริต ตามมาตรา 3(5) แม้คำฟ้องโจทก์จะมิได้บรรยายว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต ฟ้องของโจทก์ก็เป็นฟ้องที่ครบองค์ประกอบความผิดแล้ว ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าฟ้องโจทก์ขาดองค์ประกอบความผิด พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยยังมิได้วินิจฉัยว่าคดีมีมูลหรือไม่ เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดแล้ว ก็ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยว่าคดีโจทก์มีมูลให้เสร็จไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.167 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าฟ้องโจทก์ขาดองค์ประกอบความผิด พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว สำหรับปัญหาที่ว่า โจทก์บรรยายฟ้องครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 บัญญัติถึงการกระทำที่เป็นความผิดไว้รวม5 อนุมาตราด้วยกัน การสั่งจ่ายเช็คหรือการออกเช็คที่เข้าลักษณะในแต่ละอนุมาตราเป็นความผิดด้วยกันทั้งสิ้น ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์สรุปได้ว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่าย เมื่อถึงกำหนดโจทก์นำไปเข้าธนาคารเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยอ้างเหตุผลว่า ผู้สั่งจ่ายสั่งระงับการจ่ายการกระทำของจำเลยเป็นความผิด โดยจำเลยมีเจตนาที่จะไม่ให้โจทก์ได้รับเงินตามเช็คและบังอาจออกเช็คให้ใช้เงินที่มีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงจ่ายให้ได้ และออกเช็คในขณะที่ออกจำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีพอจ่ายตามเช็ค คำบรรยายฟ้องดังกล่าวเป็นการกล่าวอ้างว่า จำเลยกระทำความผิดตามมาตรา 3(1)(2)และ (3) มิใช่เป็นการฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยห้ามมิให้ใช้เงินตามเช็คโดยมีเจตนาทุจริตตามมาตรา 3(5) ดังนั้น แม้ในคำฟ้องโจทก์จะมิได้บรรยายว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต ฟ้องของโจทก์ก็เป็นฟ้องที่ครบองค์ประกอบความผิดแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น สำหรับปัญหาที่ว่า คดีของโจทก์มีมูลหรือไม่ ซึ่งศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยนั้น ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยให้เสร็จไปในชั้นนี้โดยเห็นว่าคดีโจทก์มีมูลเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(1), (2), (3)" พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1621/2531 นาง นฤมล อนันท คุณ โจทก์ นาย ปิคเซ็นหรือปิกเซ็น วิทยาอารีย์กุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง นฤมล อนันท คุณ · จำเลย - นาย ปิคเซ็นหรือปิกเซ็น วิทยาอารีย์กุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1294/2509ฎีกา 11720/2555ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 11/2539ฎีกา 514/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา