⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 177/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ตามคำพิพากษาที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ยังไม่ถือเป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอน จึงยังไม่สามารถนำมาฟ้องให้ล้มละลายได้.

ย่อคำพิพากษา

หนี้ตามคำพิพากษาซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ถือได้ว่าเป็นหนี้ซึ่งอาจกำหนดจำนวนได้แน่นอน อันโจทก์อาจนำมาฟ้องให้จำเลยล้มละลายได้ แต่หนี้ดังกล่าวอาจถูกกลับหรือแก้โดยศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาก็ได้ ข้อเท็จจริงยังไม่อาจฟังเป็นยุติได้ว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ จึงยังไม่สมควรให้จำเลยล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 14

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย จำเลยให้การว่าหนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์นำมาฟ้องยังไม่แน่นอนเพราะคดียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ศาลสูงอาจมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 14ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยมีว่าโจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายได้หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าหนี้ตามที่โจทก์ฟ้องเป็นหนี้ที่ไม่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอน พิเคราะห์แล้วเห็นว่าหนี้ตามที่โจทก์ฟ้องเป็นหนี้เกิดขึ้นโดยผลของคำพิพากษาแม้ว่าคำพิพากษาในคดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดโดยอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ แต่คู่ความยังต้องผูกพันในผลของคำพิพากษาจนกว่าคำพิพากษานั้นจะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับหรืองดเสียในที่สุดหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นหนี้ซึ่งอาจกำหนดจำนวนได้แน่นอนแล้ว แต่อย่างไรก็ดีศาลฎีกาเห็นว่ามูลหนี้ที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในการฟ้องคดีนี้ คือหนี้ที่มีอยู่ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งซึ่งพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ค่าซื้อเพชรที่ยังค้างชำระฉะนั้น การที่จะฟังว่าจำเลยเป็นหนี้ตามที่โจทก์ฟ้องคดีนี้หรือไม่ก็ต้องอาศัยผลของคำพิพากษาของศาลในคดีดังกล่าวเป็นหลักซึ่งคดียังไม่ถึงที่สุด ข้อเท็จจริงจึงไม่อาจฟังเป็นยุติได้ว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ตามฟ้องคดีนี้หรือไม่ เพราะคำพิพากษาที่โจทก์กล่าวอ้างนั้นอาจจะถูกกลับหรือแก้โดยคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาก็ได้ จากพฤติการณ์และข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นเหตุที่ยังไม่สมควรให้จำเลยล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 14 ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2531 นาย เคอติลาส มานิลาล เมห์ ตา ฯ โจทก์ นาย ทวี ศักดิ์ อัศวจินดามณี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เคอติลาส มานิลาล เมห์ ตา ฯ · จำเลย - นาย ทวี ศักดิ์ อัศวจินดามณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์ · ประชา บุญวนิช
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 79/2501ฎีกา 3581/2538ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 1646/2519ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 15617/2558ฎีกา 3556/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา