⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2136/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2136/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วในฟ้อง แต่กฎหมายใหม่ได้บัญญัติโทษไว้ในลักษณะเดียวกัน ถือว่าคำฟ้องชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องของโจทก์อ้างพระราชบัญญัติปรามการให้แพร่หลายและการค้าวัสดุอันลามก พ.ศ. 2471 มาตรา 3 อันเป็นมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดแล้ว แม้บทมาตราดังกล่าวจะระบุให้ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 240แห่งกฎหมายลักษณะอาญาที่ถูกยกเลิกไปแล้วและโจทก์ไม่ได้อ้างพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พุทธศักราช 2499 มาตรา 8หรือบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาในฟ้องด้วย ก็ถือได้ว่าเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 พระราชบัญญัติปรามการทำให้แพร่หลายและการค้าวัตถุอันลามก พ.ศ.2471 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีภาพสีลามกและหนังสือภาพลามกในครอบครองเพื่อประโยชน์ในทางการค้าขาย ตามพระราชบัญญัติปรามการให้แพร่หลายและการค้าวัสดุอันลามก พ.ศ. 2471 มาตรา 3ริบของกลาง และคืนธนบัตรแก่เจ้าของ จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ริบของกลาง คืนธนบัตรแก่เจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติปรามการให้แพร่หลายและการค้าวัสดุอันลามก พ.ศ. 2471 มาตรา 3จำคุก 2 เดือน ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 เดือน ให้กักขังจำเลยแทนจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 23 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ปรามการให้แพร่หลายและการค้าวัสดุอันลามก พ.ศ. 2471มาตรา 3 ซึ่งมีข้อความว่า "ผู้ใด เพื่อประโยชน์หรือในทางการค้าขายจ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่สาธารณชน บังอาจทำ ทำให้มีขึ้น มีไว้ในครอบครอง... ภาพเขียน... สิ่งที่พิมพ์ขึ้น...รูปภาพ...รูปถ่าย...ที่ลามกหรือวัตถุอันลามก...ท่านว่ามันมีความผิดต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 240 แห่งกฎหมายลักษณะอาญา" โดยที่โจทก์มิได้อ้างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พุทธศักราช 2499มาตรา 8 หรือบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาด้วยนั้นจะเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) บัญญัติให้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด ดังนั้นคำฟ้องของโจทก์ที่อ้างพระราชบัญญัติปรามการให้แพร่หลายและการค้าวัสดุอันลามก พ.ศ. 2471 มาตรา 3 จึงชอบด้วยนัยแห่งบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว แม้กฎหมายลักษณะอาญาถูกยกเลิก โจทก์ก็ไม่จำเป็นต้องอ้างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พุทธศักราช 2499มาตรา 8 หรือบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญาอีก คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในปัญหานี้ชอบแล้ว สำหรับข้อที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลรอการลงโทษนั้น เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีภาพสีลามกร่วมเพศกับหนังสือภาพลามกร่วมเพศไว้ในความครอบครองเพื่อประโยชน์ในทางการค้านับว่าเป็นภัยต่อสังคมอย่างหนึ่งโดยเฉพาะบรรดาเยาวชน ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจเปลี่ยนโทษจำคุก 1 เดือนเป็นกักขังนับว่าเป็นคุณแก่จำเลยอยู่แล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2136/2531 อัยการ แม่ฮ่องสอน โจทก์ นาง อรทัย สม ดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ แม่ฮ่องสอน · จำเลย - นาง อรทัย สม ดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา