⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2157/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2157/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยซึ่งรับขนสินค้าในช่วงสุดท้ายของการขนส่งหลายคนหลายทอด ถือเป็นผู้ขนส่ง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศบรรทุกมาทางเรือ จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าของเรือมีหน้าที่ต้องติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เรือได้เข้าเทียบท่า และติดต่อกับโจทก์ผู้เป็นเจ้าของสินค้าในเรือให้ไปรับใบปล่อยสินค้าจากจำเลยและจำเลยต้องขนสินค้าจากเรือเข้าคลังสินค้าโดยจำเลยได้รับบำเหน็จจากตัวการ ดังนี้พฤติการณ์ของจำเลยมีลักษณะร่วมกันขนสินค้ารายนี้อันเป็นการขนส่งหลายคนหลายทอดโดยมีจำเลยรับขนในช่วงสุดท้าย จำเลยจึงเป็นผู้ขนส่ง.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.618

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้สั่งซื้อกระจกจากบริษัทในประเทศไต้หวัน จำนวน 32 ลัง ราคาซีแอนด์เอฟ กรุงเทพมหานคร บริษัทผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าดังกล่าวให้กับเรือซันมาร์สซึ่งจำเลยเป็นตัวแทนในประเทศไทย ก่อนเรือดังกล่าวมาถึงกรุงเทพมหานคร จำเลยในฐานะตัวแทนเรือได้แจ้งให้โจทก์ทราบกำหนดวันที่เรือจะเทียบท่าให้โจทก์นำเอกสารที่โจทก์ได้รับผ่านทางธนาคารไปแสดงแก่จำเลยเพื่อจำเลยจะออกใบสั่งให้โจทก์รับสินค้าจากเรือได้ และติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ ในนามของเรือดังกล่าวเพื่อจัดการขนส่งสินค้าที่ท่าเรือนำเข้าเก็บในคลังสินค้าของการท่าเรือ โดยได้ค่าตอบแทนเป็นสัดส่วนจากค่าระวางเรือขณะจำเลยขนสินค้าขึ้นจากเรือ ลูกจ้างของจำเลยไม่ได้ใช้ความระมัดระวังในการขน ทำให้สินค้าบางส่วนแตกเสียหาย จำเลยในฐานะร่วมขนส่งจึงต้องรับผิด ขอให้จำเลยชำระเงิน67,174.69 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องเคลือบคลุมไม่ระบุให้ชัดว่า จำเลยต้องรับผิดในฐานะตัวแทนของบริษัทเรือหรือในฐานะผู้ขนส่งหรือผู้ร่วมขนส่งกับบริษัทเรือ จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์กับบริษัทผู้ขายสินค้าหรือบริษัทเรือและมิได้เป็นตัวแทนผู้ขนส่งหรือผู้ร่วมขนส่ง โจทก์ติดต่อว่าจ้างจำเลยให้เป็นผู้ดำเนินพิธีการทางศุลกากรเท่านั้น จำเลยไม่มีหน้าที่ในการขนสินค้าขึ้นท่าเรือ สินค้าของโจทก์จะเสียหายจริงหรือไม่เพียงใด จำเลยไม่ทราบและไม่ต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 67,174.69 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...ปัญหาต้องวินิจฉัยเป็นข้อที่สองมีว่า จำเลยเป็นผู้ขนส่งหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความจากทางนำสืบของทั้งสองฝ่ายว่าเมื่อเรือซันมาร์สจะเข้าเทียบท่าเรือกรุงเทพมหานคร จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าของเรือดังกล่าวมีหน้าที่ต้องติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เรือได้เข้าเทียบท่า และติดต่อกับโจทก์ผู้เป็นเจ้าของสินค้าในเรือให้ไปรับใบปล่อยสินค้าจากจำเลย และจำเลยต้องขนสินค้าจากเรือเข้าคลังสินค้าโดยจำเลยจะได้รับบำเหน็จจากตัวการ ดังนี้พฤติการณ์ของจำเลยมีลักษณะร่วมกันขนสินค้ารายนี้อันเป็นการขนส่งหลายคนหลายทอด มีจำเลยรับขนในช่วงสุดท้ายจึงฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ขนส่ง...' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2157/2531 บริษัท อี . พี.แอ ล. จำกัด โจทก์ บริษัท แอร์ซีทรานสปอร์ต จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท อี . พี.แอ ล. จำกัด · จำเลย - บริษัท แอร์ซีทรานสปอร์ต จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3888/2537ฎีกา 105/2525ฎีกา 1206/2533ฎีกา 5849/2537ฎีกา 6231/2538ฎีกา 942/2531ฎีกา 2365/2530ฎีกา 2382/2539ฎีกา 648/2532ฎีกา 5828/2540ฎีกา 2230/2530ฎีกา 2043/2531ฎีกา 7133/2538ฎีกา 1031/2539ฎีกา 2393-2394/2529ฎีกา 6808/2539ฎีกา 2108/2532ฎีกา 4805/2539ฎีกา 4754/2539ฎีกา 848/2521ฎีกา 5287/2537ฎีกา 2588/2530ฎีกา 647/2532ฎีกา 3776/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา