⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2393-2394/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2393-2394/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสื่อสารแห่งประเทศไทยมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดในการขนส่งไปรษณียภัณฑ์ตามกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และความรับผิดในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีไปรษณียภัณฑ์รับประกันสูญหายหรือเสียหายให้เป็นไปตามข้อบังคับของไปรษณียนิเทศที่กำหนดไว้

ย่อคำพิพากษา

อำนาจหน้าที่และความรับผิดของการสื่อสารแห่งประเทศไทยในการขนไปรษณียภัณฑ์ต้องบังคับตามพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 พระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2515 และไปรษณียนิเทศพุทธศักราช 2520 มิใช่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จากข้อบังคับของไปรษณียนิเทศ พุทธศักราช 2520 ข้อ 131, 141,143, 146 และ 147 สิ่งของที่ฝากส่งทางไปรษณียภัณฑ์รับประกันมีเฉพาะจดหมายรับประกัน ซึ่งจดหมายรับประกันนี้จะจดแจ้งราคาหรือไม่ก็ได้ การขอให้รับประกันจะขอให้รับประกันเกินกว่าราคาที่แท้จริงของสิ่งของที่บรรจุอยู่ไม่ได้และสิ่งของที่บรรจุอยู่หากมีราคามากกว่า 3,950 บาท ขอรับประกันได้ไม่เกิน 3,950 บาท ความรับผิดของการสื่อสารแห่งประเทศไทยในการใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีไปรษณียภัณฑ์รับประกันแตกหักสูญหายต้องบังคับตามไปรษณียนิเทศ พุทธศักราช 2520 ข้อ 141 ส่วนมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติไปรษณีย์พุทธศักราช 2477 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับไปรษณียภัณฑ์อื่นอันมิใช่จดหมายรับประกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.609 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.618 พระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 ม.4 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม.22 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม.29 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม.30 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม.48 ไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2520 ม.131 ไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2520 ม.141 ไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2520 ม.143 ไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2520 ม.146 ไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2520 ม.147

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทและห้างที่โจทก์รับประกันภัยสินค้าไว้ได้ส่งทับทิบและพลอยสีน้ำเงินเจียระไนไปให้ลูกค้าที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์โดยทางไปรษณีย์ของจำเลยที่ ๑ เสียค่าธรรมเนียมส่งไปรษณียภัณฑ์ต่างประเทศลงทะเบียนตอบรับ และได้แจ้งข้อเท็จจริงทั้งสิ่งของ น้ำหนักและราคาอันแท้จริงของสิ่งของที่บรรจุอยู่ภายในไปรษณียภัณฑ์ตามแบบพิมพ์ของจำเลยที่ ๑ ครบถ้วนตามระเบียบทุกประการ จำเลยที่ ๑ ได้ว่าจ้างจำเลยที่ ๒ ให้ขนส่งไปรษณียภัณฑ์ดังกล่าวไปอีกทอดหนึ่ง ต่อมาปรากฏว่าสินค้าที่ส่งไปนั้นสูญหาย โจทก์จึงได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทและห้างตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยไปแล้ว จึงรับช่วงสิทธิมา ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ราคาสินค้าดังกล่าวแก่โจทก์รวมเป็นเงิน ๒,๑๑๖,๘๘๓.๑๕ บาท จำเลยทั้งสองให้การว่า บริษัทและห้างได้ฝากส่งไปรษณียภัณฑ์ต่างประเทศลงทะเบียนตอบรับประเภทจดหมายรับประกันโดยขอรับประกันเป็นเงิน ๓,๙๕๐ บาท ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดตามที่กำหนดไว้ในไปรษณียนิเทศข้อ ๑๔๖ สินค้าที่อ้างว่าส่งไปจะมีจริงหรือไม่ จำเลยไม่ทราบตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ไม่จำต้องรับรู้ว่าผู้ฝากส่งจะบรรจุสิ่งของอะไร ไม่มีแบบพิมพ์ให้ผู้ฝากส่งเขียนแจ้งข้อเท็จจริงดังอ้างจำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้รับขน เพราะระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ มิใช่เป็นการขนส่งหลายทอด จำเลยที่ ๒ ไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ จำเลยที่ ๒ ได้ส่งมอบถุงไปรษณีย์ให้แก่ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางโดยเรียบร้อยไม่ชำรุดเสียหายจึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินแก่โจทก์รวม ๘,๕๓๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ มิใช่ผู้ขนส่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๖๐๙ การขนไปรษณีย์ภัณฑ์ของจำเลยที่ ๑ ให้บังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับสำหรับทบวงการนั้น ๆ ซึ่งมีพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗ และพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นกฎหมายที่บัญญัติกำหนดอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ไว้ตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗และมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๙ ให้อำนาจจำเลยที่ ๑ ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการฝากส่งไปรษณีย์ภัณฑ์ จำเลยที่ ๑ ได้ออกข้อบังคับในการฝากส่งไปรษณียภัณฑ์ไว้เรียกว่าไปรษณียนิเทศ พุทธศักราช ๒๕๒๐ ดังนั้นเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และความรับผิดของจำเลยที่ ๑ ในการขนไปรษณียภัณฑ์จึงต้องบังคับตามพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗ พระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๙ และไปรษณียนิเทศ พุทธศักราช ๒๕๒๐ ซึ่งตามไปรษณียนิเทศ พุทธศักราช ๒๕๒๐ ข้อ ๑๓๑ ระบุว่า ไปรษณียภัณฑ์แบ่งออกเป็น ๕ ชนิด คือ จดหมาย ไปรษณียบัตร ของตีพิมพ์ พัสดุย่อย เครื่องอ่านสำหรับคนเสียจักษุ ข้อ ๑๔๑ ระบุว่า จดหมายรับประกัน คือ จดหมายต่างประเทศที่ทางการให้ความคุ้มครองรักษาเป็นพิเศษ หากของที่รับประกันสูญหายหรือเสียหายไปทั้งหมดหรือบางส่วนในระหว่างส่งทางไปรษณีย์เพราะความผิดของทางการ ทางการยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ตามราคาที่เป็นจริงของจดหมายรับประกันที่สูญหายหรือเสียหาย แต่ไม่เกินจำนวนเงินที่ขอรับประกันไว้ ข้อ ๑๔๓ ระบุว่า ไปรษณียภัณฑ์ชนิดอื่นๆไม่อนุญาตให้รับประกัน ข้อ ๑๔๖ ระบุว่า จำนวนเงินที่จะขอให้รับประกันอย่างสูงไม่เกิน ๓,๙๕๐ บาท หรือ ๕๐๐ แฟรงก์ทองต่อจดหมาย ๑ ฉบับและข้อ ๑๔๗ ระบุว่า ห้ามขอรับประกันเกินกว่าราคาแท้จริงของสิ่งที่บรรจุอยู่แต่จะขอรับประกันน้อยกว่าราคาแท้จริงก็ได้ ตามข้อบังคับของไปรษณียนิเทศ พุทธศักราช ๒๕๒๐ จะเห็นว่าสิ่งของที่ฝากส่งทางไปรษณียภัณฑ์รับประกันมีเฉพาะจดหมายรับประกันเท่านั้น จดหมายที่ขอให้รับประกันจะจดแจ้งราคาหรือไม่ก็ได้การขอให้รับประกันจะขอให้รับประกันเกินกว่าราคาที่แท้จริงของสิ่งที่บรรจุอยู่ไม่ได้สิ่งของที่บรรจุอยู่หากมีราคามากกว่า ๓,๙๕๐ ขอรับประกันได้ไม่เกิน ๓,๙๕๐ บาท ข้อบังคับของจำเลยที่ ๑ นี้ บริษัทสว่างเอ็กปอร์ต จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดนิวสยามลั้คกี้เยมส์ย่อมทราบดี เพราะได้ขอรับประกันเป็นเงิน ๓,๙๕๐ บาททั้งสองรายตามเอกสารหมาย จ.๖ จ.๗ และเมื่อฝากส่งแล้วผู้ฝากส่งได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์อีกทอดหนึ่งทันที เต็มตามราคาของสิ่งของที่ฝากส่ง อันเป็นการยอมรับแล้วว่าจำเลยที่ ๑ จำกัดความรับผิดเท่าที่รับประกันเท่านั้น และขอให้รับประกันได้ไม่เกิน ๓,๙๕๐ บาท และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗ บัญญัติให้จำเลยที่ ๑ รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในการที่ไปรษณียภัณฑ์รับประกันแตกหักสูญหายในระหว่างส่งทางไปรษณีย์ ตามข้อบังคับที่ใช้อยู่ในเวลานั้น ความรับผิดของจำเลยที่ ๑ในการใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีที่ไปรษณียภัณฑ์รับประกัน(จดหมายรับประกัน) แตกหักสูญหายจึงต้องบังคับตามไปรษณียนิเทศ พุทธศักราช ๒๕๒๐ ข้อ ๑๔๑ ส่วนมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติไปรษณีย์พุทธศักราช ๒๔๗๗ เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับไปรษณียภัณฑ์อื่นอันมิใช่ไปรษณียภัณฑ์รับประกัน (จดหมายรับประกัน) กรณีของโจทก์ผู้ฝากส่งได้ฝากส่งประเภทไปรษณียภัณฑ์รับประกัน (จดหมายรับประกัน) โดยแจ้งขอรับประกันไปรษณียภัณฑ์ที่ฝากส่งแต่ละรายเป็นจำนวนเงิน ๓,๙๕๐ บาท กับเสียค่าธรรมเนียมการฝากส่งรายละ ๒๗๗ บาท และ ๒๙๓ บาท ค่าธรรมเนียมลงทะเบียนต่างประเทศรายละ ๕ บาท ค่าบริการไปรษณีย์ตอบรับรายละ ๕ บาท ค่าธรรมเนียมรับประกันรายละ ๒๐ บาท ตามใบรับเอกสารหมาย จ.๖ จ.๗ การที่ผู้ฝากส่งทั้งสองรายขอให้จำเลยที่ ๑ รับประกันไปรษณียภัณฑ์ของผู้ฝากส่งเป็นเงินรายละ ๓,๙๕๐ บาท เมื่อไปรษณียภัณฑ์สูญหายไป จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายตามที่กำหนดไว้ในไปรษณียนิเทศเท่าที่รับประกันไว้กับผู้ฝากส่งทั้งสองรายรวมกับค่าธรรมเนียมดังกล่าวแล้วเท่านั้น ปัญหาวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ ๒ มิได้รับขนส่งให้ผู้ฝากส่ง และกรณีมิใช่การขนส่งหลายทอด หากแต่จำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ต้องขนส่งให้จำเลยที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗ มาตรา ๔๘ ตามที่จำเลยที่ ๑ กำหนดให้ส่ง ทั้งมิได้รับแจ้งถึงสภาพและราคาของไปรษณียภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ในถุงไปรษณีย์ที่จำเลยที่ ๑ มอบให้ และไม่ปรากฏว่าสินค้าของผู้ฝากส่งสูญหายไปจากที่แห่งใด ถุงไปรษณียภัณฑ์ที่จำเลยที่ ๒ รับไป จำเลยที่ ๒ ได้ขนส่งไปถึงปลายทางในสภาพเรียบร้อย ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ จงใจหรือประมาทเลินเล่อในการขนจนเป็นเหตุให้ของหายจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2393 - 2394/2529 บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด โจทก์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด · จำเลย - การสื่อสารแห่งประเทศไทย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภินย์ ปุษปาคม · พิชัย วุฒิจำนงค์ · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิรุฬห์ วิวัธวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา