คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2200/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาฐานเบิกความเท็จตาม ป.อ. มาตรา 177 จะต้องบรรยายให้ชัดว่าข้อความที่เบิกความนั้นเป็นเท็จ และข้อความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร มิฉะนั้นจะเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(5)
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานเบิกความเท็จตาม ป.อ. มาตรา 177 นั้น ผู้กระทำผิดจะต้องกระทำโดยเจตนา คือรู้อยู่แล้วว่าข้อความที่ตนเบิกความนั้นเป็นเท็จ แต่ฟ้องของโจทก์มิได้มีข้อความดังกล่าว และโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าข้อความเท็จที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร อันเป็นการกระทำที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดพอสมควรให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามป.วิ.อ. มาตรา 158(5) ศาลชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้สาบานตนในฐานะพยานโจทก์ แล้วเบิกข้อความอันเป็นเท็จต่อศาลแพ่งธนบุรีในการพิจารณาคดีว่า'จำเลยไม่ได้ชำระดอกเบี้ยตามสัญญาและเมื่อครบกำหนด 1 ปีจำเลยไม่ยอมไถ่ถอน จนบัดนี้ข้า ฯ ยังไม่เคยได้รับชำระดอกเบี้ยเลย' ข้อความเท็จดังกล่าวเป็นข้อความสำคัญในคดีความจริงจำเลยในคดีดังกล่าวเคยชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ไปบางส่วนแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'โจทก์ฎีกาว่าข้อความที่จำเลยเบิกความต่อศาลแพ่งธนบุรีเป็นข้อสำคัญในคดีเนื่องจากโจทก์ชำระดอกเบี้ยให้จำเลยไปแล้ว 2 เดือน มิฉะนั้นโจทก์อาจต้องชำระดอกเบี้ยให้จำเลยซ้ำอีก พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 นั้น ผู้กระทำความผิดจะต้องกระทำโดยเจตนา คือรู้อยู่แล้วว่าข้อความที่ตนเบิกความนั้นเป็นเท็จ แต่ตามฟ้องของโจทก์มิได้มีข้อความว่า จำเลยได้รู้อยู่แล้วว่าข้อความที่จำเลยนำมาเบิกความนั้นเป็นความเท็จ อันเป็นเครื่องชี้เจตนาของจำเลยแต่อย่างใดและที่โจทก์อ้างว่าข้อความเท็จที่จำเลยเบิกความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดี โจทก์ก็มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าเป็นข้อสำคัญแก่คดีอย่างไร อันเป็นการกระทำที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดพอสมควรให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5)...'
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2200/2531
นาง บุษกร กรรมารางกูร โจทก์
นาง สุภา รัตนเสวตวัฒน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง บุษกร กรรมารางกูร · จำเลย - นาง สุภา รัตนเสวตวัฒน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา