⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3537/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3537/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งมอบยาเสพติดให้แก่บุคคลอื่น แม้จะยังไม่ถึงมือผู้รับ แต่ได้มีการกระทำอันเป็นการจ่าย แจก หรือส่งมอบแล้ว ถือว่าเป็นการจำหน่ายยาเสพติดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 ซื่อเฮโรอีนตามที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ใช้แล้วโยนเฮโรอีนข้ามกำแพงเรือนจำไปให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งต้องขังอยู่ยังจุดนัดหมายแต่เจ้าพนักงานเรือนจำมาพบเสียก่อน ถือได้ว่าเป็นการจ่าย แจก ตามความหายของคำว่า " จำหน่าย " ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายเฮโรอีนและจำเลยที่ 2 ที่ 3 มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้จำเลยี่ 1 กระทำความผิดดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.67 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.67

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ใช้ให้จำเลยที่ ๑ ซื้อเฮโรอีนหนัก ๑.๓๑๐ กรัม จำหน่ายให้แก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ แต่การกระทำไม่บรรลุผล เจ้าพนักงานตรวจพบเฮโรอีนดังกล่าวเสียก่อน ก่อนคดีนี้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดจำคุกฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓, ๘๔, ๙๒ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๑๕, ๖๖, ๖๗, ๙๗, ๑๐๒ ริบของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ตามกฎหมาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๑๕, ๒๖, ๖๗ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ ๑ กระทำความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๔ วรรคสอง ลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งมีโทษหนักที่สุดจำคุกคนละ ๖ ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ กึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๒๒ มาตรา ๙๗ เป็นจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๙ ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๖ ปี จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำคุกคนละ ๕ ปี ของกลางริบ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๑๕, ๖๗ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ ๑ กระทำความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๔ ให้จำคุกคนละ ๓ ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ ให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ จะเป็นความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายเฮโรอีนหรือไม่และจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จะมีความผิดฐานใช้ให้จำเลยที่ ๑ กระทำความผิดดังกล่าวหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ซึ่งต้องขังอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดลพบุรีได้ใช้ให้จำเลยที่ ๑ ซื้อเฮโรอีนของกลางแล้วโยนข้ามกำแพงเรือนจำไปให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ยังจุดที่นัดหมายกันไว้ แต่เจ้าพนักงานเรือนจำมาเสียก่อนพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔คำว่า " จำหน่าย " หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ การที่จำเลยที่ ๑ ซื่อเฮโรอีนตามที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ใช้วานแล้วโยนเฮโรอีนดังกล่าวข้ามกำแพงเรือนจำไปให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ยังจุดนัดหมายนั้น ถือได้ว่าเป็นการจ่ายแจกเฮโรอีนอันเป็นการจำหน่ายตามความหมายของกฎหมายแล้ว การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายเฮโรอีนและจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ย่อมมีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ ๑ กระทำความผิดดังกล่าว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ให้จำคุกคนละ ๖ ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้จำคุกคนละ ๔ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3537/2531 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายเอนก เชียวบุญเรืองหรือบุตรเรือง หรือบุญเรื่อง กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี · ล. - นายเอนก เชียวบุญเรืองหรือบุตรเรือง หรือบุญเรื่อง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายชัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวรรณ ปัญญาภาศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4521/2539ฎีกา 6252/2531ฎีกา 2581/2548ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1560/2529ฎีกา 7217/2544ฎีกา 180/2554ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5487/2548ฎีกา 848/2545ฎีกา 9308/2546ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5632/2551ฎีกา 6856/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา