⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3688/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3688/2531

ป.อาญา ม.33, 80, 341

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเงินของกลางให้ผู้เสียหายดู ไม่ถือเป็นการกล่าวเท็จว่าได้ชำระเงินให้แล้ว และเงินของกลางดังกล่าวจึงมิใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1)

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยหลอกลวงขอซื้อสร้อยคอทองคำจากผู้เสียหายโดยนำเงินของกลางออกมาแสดงให้ผู้เสียหายดูแล้วนำไปซุกซ่อนไว้ที่อื่นและบอกผู้เสียหายว่าได้ชำระค่าสร้อยคอทองคำให้แล้วนั้น การแสดงเงินของกลางให้ผู้เสียหายดู ไม่เกี่ยวกับการกล่าวเท็จว่าได้ชำระเงินให้แล้ว ฉะนั้นเงินของกลางดังกล่าวจึงมิใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๐, ๓๓ และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญ มาตรา ๓๔๑, ๘๐ จำคุก ๒ เดือน และปรับ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ กับให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๒ เดือนต่อครั้ง ภายใน กำหนด ๑ ปี ของกลางเห็นว่าไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิด จึงให้คืนเจ้าของ โจกท์อุทธรณ์ขอให้ริบเงินสด ๕,๕๐๐ บาทของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฎีกาว่า เพื่อที่จะให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินคือสร้อยคอทองคำ ๑ เส้นจากผู้เสียหาย จำเลยได้หลอกผู้เสียหายว่าจำเลยได้ชำระเงิน ๕,๔๗๐ บาท ซึ่งเป็นราคาสร้อยคอทองคำที่ตกลงซื้อจากผู้เสียหายแล้ว โดยปกปิดข้อความจริงว่าเงินจำนวน ๕,๕๐๐ บาท ที่นำออกให้นายสมชาติ แซ่ลี้ ดูแต่แรกไม่อยู่ที่จำเลย เพื่อจะให้การกระทำของจำเลยเป็นผลสำเร็จ และเพื่อที่จะให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจำเลยได้ใช้เงินสดจำนวน ๕,๕๐๐ บาทออกแสดงรวมทั้งเอาออกจากกระเป๋าไปซุกซ่อนไว้ที่อื่น เงินของกลางดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) เห็นว่า คดีนี้ความผิดอยู่ที่การกล่าวว่าชำระเงินค่าสร้อยให้แล้ว ไม่จำเป็นต้องแสดงเงินสดให้ผู้เสียหายดูแต่อย่างใด แม้ไม่แสดงเงินสด ๕,๕๐๐ บาท ให้ผู้เสียหายดู การกระทำผิดฐานฉ้อโกงก็อาจครบองค์ประกอบความผิดได้อยู่แล้ว การแสดงเงินสดให้ผู้เสียหายดูไม่เกี่ยวกับการกล่าวเท็จว่าชำระเงินให้แล้วเพราะเป็นคนละตอนกัน ฉะนั้นเงินสดดังกล่าวจึงมิใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3688/2531 พนักงานอัยการ กองคดีแขวงพระนครใต้ โจทก์ นางวาสนา เย็นคงคา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กองคดีแขวงพระนครใต้ · ล. - นางวาสนา เย็นคงคา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีรศักดิ์ กรรณสูต · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ โฉมงาม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6252/2531ฎีกา 13379/2555ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 1554/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 6196/2534ฎีกา 4225/2559ฎีกา 531/2510ฎีกา 8496/2558ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3237/2543ฎีกา 4519/2544ฎีกา 16867/2557ฎีกา 2766/2546ฎีกา 3800/2564
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา