คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3744/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* สิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่เป็นสินสมรส หญิงมีสามีจึงมีอำนาจฟ้องคดีได้ตามลำพังตน โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี
* เงินค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนการขายที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการขายอันเป็นการจ่ายตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน เป็นค่าจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ต้องนำมาเป็นฐานในการคิดคำนวณค่าชดเชยด้วย
* ลูกจ้างจะไม่มีสิทธิได้รับเงินโบนัสพิเศษ หากถูกเลิกจ้างก่อนถึงกำหนดเวลาที่นายจ้างกำหนดไว้สำหรับการจ่ายเงินโบนัสพิเศษนั้น
ย่อคำพิพากษา
สิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่เป็นสินสมรสการฟ้องเรียกเก็บเงินตามสัญญาจ้างแรงงานมิใช่เป็นการจัดการสินสมรส หญิงมีสามีจึงมีอำนาจฟ้องคดีได้ตามลำพังตน โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี
เงินค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนการขายที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการขายอันเป็นการจ่ายตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน เป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ต้องนำมาเป็นฐานในการคิดคำนวณค่าชดเชยด้วย
นายจ้างกำหนดว่าเงินโบนัสพิเศษจะจ่ายให้เมื่อสิ้นปี ย่อมแสดงว่าลูกจ้างต้องทำงานถึงสิ้นเดือนธันวาคมจึงจะมีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว เมื่อลูกจ้างถูกเลิกจ้างก่อนถึงสิ้นเดือนธันวาคม ถูกจ้างก็ไม่มีสิทธิได้รับเงินโบนัสพิเศษ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าชดเชยส่วนที่ชำระไม่ครบ เงินสะสม เงินโบนัส เงินโบนัสพิเศษ (รางวัลการขาย) ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และออกหนังสือรับรองการทำงานแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ได้รับความยินยอมจากสามีจึงไม่มีอำนาจฟ้อง การเลิกจ้างมิใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าพาหนะและค่านายหน้ามิใช่ค่าจ้าง จำเลยไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง โจทก์มีสิทธิได้ค่าชดเชยเพิ่ม มีสิทธิได้โบนัสพิเศษ ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม แล้วพิพากษาให้จำเลยร่วมกันจ่ายเงินแก่โจทก์ ๒๐๖,๐๗๗.๕๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยออกหนังสือรับรองการทำงานแก่โจทก์
โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้โจทก์เป็นหญิงมีสามีฟ้องความโดยไม่ได้รับความยินยอมจากสามี แต่สิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นสิทธิเฉพาะตัวของโจทก์ผู้เป็นลูกจ้าง ไม่เป็นสินสมรส การฟ้องเรียกเงินตามสัญญาจ้างแรงงานมิใช่เป็นการจัดการสินสมรส โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องได้ลำพังตน หาจำต้องได้รับความยินยอมของสามีโจทก์ก่อนไม่ ส่วนเงินค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนการขายเป็นเงินที่จำเลยจ่ายแก่โจทก์เพื่อตอบแทนการขายอันเป็นการจ่ายตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน เงินค่านายหน้าจึงเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ฯ ข้อ ๒ ต้องนำมาเป็นฐานคำนวณค่าชดเชยด้วย และจำเลยมีข้อกำหนดว่า เงินโบนัสพิเศษจะจ่ายให้เมื่อสิ้นปี แสดงว่าโจทก์ต้องทำงานถึงสิ้นเดือนธันวาคม จึงจะมีสิทธิได้รับโบนัสพิเศษดังกล่าว โจทก์ทำงานถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๐ แล้วถูกเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินโบนัส
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินโบนัสพิเศษจำนวน ๖,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3744/2531
นางรัชนี ก่อวนิช โจทก์
บริษัทแซนดอซ (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางรัชนี ก่อวนิช · ล. - บริษัทแซนดอซ (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายมงคล คุปต์กาญจนากุล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา