คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3800/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รายได้ของพนักงานที่จะใช้คำนวณเงินโบนัส หมายถึง เฉพาะรายได้ที่ได้รับเป็นประจำตามปกติและมีจำนวนแน่นอนเท่านั้น ส่วนค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันซึ่งได้รับเป็นบางครั้งบางคราวและมีจำนวนไม่แน่นอน ไม่ถือเป็นรายได้ที่จะนำมาคำนวณเงินโบนัส
ย่อคำพิพากษา
รายได้ตลอดปีของพนักงานที่จะใช้คำนวณเงินโบนัสให้แก่พนักงานตามข้อบังคับของจำเลย หมายถึง เฉพราะรายได้ที่ลูกจ้างได้รับเป็นประจำตามปกติและมีจำนวนแน่นอนอันได้แก่ค่าจ้างรายเดือนหรือเงินเดือน ฉะนั้นค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันซึ่งเป็นเงินที่ลูกจ้างได้รับในระหว่างปีเป็นบางครั้งบางคราว และมีจำนวนไม่แน่นอน จึงไม่เป็นรายได้ของพนักงานที่จะนำมารวมเป็นหลักฐานคำนวณเงินโบนัส
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสที่ขาดเป็นเงิน ๑,๙๒๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยแถลงว่า ได้จ่ายเงินโบนัสให้โจทก์ครบถ้วนแล้วโดยคำนวณจากรายได้ของโจทก์ซึ่งเป็นเงินเดือน ไม่ได้นำค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันมารวมเป็นฐานคำนวณด้วย
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสเป็นเงิน ๔๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ว่า ค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันของพนักงานก็ถือว่าเป็นรายได้ของพนักงานเช่นเดียวกัน ดังนั้น ในการจ่ายเงินโบนัสตามประกาศของจำเลยจึงต้องนำค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันมารวมเป็นฐานคำนวณด้วย พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๒,๙๐๔ บาท จำเลยได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายเงินโบนัสให้แก่พนักงานไว้ว่า "บริษัท ฯ จะทำการจ่ายโบนัสในอัตรา ๑๒.๕ % ของรายได้ของพนักงานจากวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๐ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๐ ในส่วนที่เพิ่มเติมจากที่ได้จ่ายไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๓๐ สำหรับพนักงานที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัท ฯ แล้ว " จำเลยได้จ่ายเงินโบนัสให้แก่โจทก์โดยคำนวณจากค่าจ้าง ซึ่งโจทก์ได้รับเดือนละ ๒,๙๐๔ บาท แต่มิได้นำค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันซึ่งโจทก์ได้รับมารวมเป็นฐานคำนวณด้วย ปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามประกาศของจำเลยได้ระบุรายได้อันจะนำมาคำนวณเงินโบนัสว่า "..........รายได้ของพนักงานจากวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๐ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๐ " ย่อมหมายถึงรายได้ที่ลูกจ้างได้รับเป็นประจำตามปกติและมีจำนวนแน่นอนอันได้แก่ค่าจ้างรายเดือนหรือเงินเดือนมิได้หมายความรวมถึงรายได้ประเภทอื่นซึ่งลูกจ้างได้รับในระหว่างปีไม่ว่าประเภทใด เช่นค่าอาหาร ค่ารถ เป็นต้น มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นรายได้ของพนักงานที่ต้องนำมารวมเป็นฐานคำนวณเงินโบนัสทั้งสิ้น อันเป็นการไม่ถูกต้อง ฉะนั้นค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยัน ซึ่งเป็นเงินที่ลูกจ้างได้รับเป็นบางครั้งบางคราวในระหว่างปีและมีจำนวนไม่แน่นอนจึงถือไม่ได้ว่าเป็นรายได้ของพนักงาน ที่จะต้องนำมารวมเป็นฐานคำนวณเงินโบนัสตามประกาศของจำเลย การที่จำเลยจ่ายเงินโบนัสให้แก่โจทก์โดยคำนวณจากค่าจ้างรายเดือนของโจทก์นั้น ชอบด้วยประกาศของจำเลยแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3800/2531
นายภูวนัย นิมิตไตรสกุล โจทก์
บริษัทพินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายภูวนัย นิมิตไตรสกุล · ล. - บริษัทพินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายสมชาย อุดมวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา