⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3827/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3827/2531

ป.วิ.อาญา ม.158

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้อำนวยการทางหลวงมีอำนาจประกาศกำหนดน้ำหนักยานพาหนะที่ใช้บนทางหลวงได้ และการบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดตามประกาศดังกล่าวโดยระบุรายละเอียดน้ำหนักยานพาหนะและน้ำหนักบรรทุกที่เกินกว่าที่กำหนด ถือว่าเป็นการบรรยายองค์ประกอบความผิดครบถ้วนแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 56 นั้น ผู้อำนวยการทางหลวงมีอำนาจประกาศห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดประการหนึ่ง และห้ามใช้ยานพานะที่อาจทำให้ทางหลวงเสียหายอีกประการหนึ่ง ดังนั้นเมื่อฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยขับรถยนต์ประเภทประกอบการขนส่งส่วนบุคคล มี 3 เพลา 6 ล้อ ชนิดเพลาที่ 2 ที่ 3 เป็นเพลาคู่ใช้ยางคู่ ซึ่งตามประกาศของผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินกำหนดว่าต้องมีน้ำหนักลงเพลาไม่เกินเพลาละ 8,200 กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 21,000 กิโลกรัม บรรทุกหินเกล็ดไปตามถนน อันเป็นทางหลวงแผ่นดินโดยมีน้ำหนักยานพาหนะน้ำหนักบรรทุกรวม 35,210 กิโลกรัม ซึ่งเกินกว่ากำหนดตามประกาศดังกล่าวไป 14,210 กิโลกรัม อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จึงเป็นการบรรยายถึงองค์ประกอบแห่งความผิดตามีที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษครบถ้วนแล้ว หาจำต้องบรรยายมาด้วยว่าอาจทำให้ทางหลวงเสียหายด้วยไม่ เพราะโจทก์มิได้ฟัองขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้ยานพาหนะที่อาจทำให้ทางหลวงเสียหาย คำฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก็ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ข้อ ๕๖, ๘๓ ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๙๕ ข้อ ๕๖, ๘๓ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ เดือน จำเลยบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนดไปถึง ๑๔,๒๑๐ กิโลกรัม เป็นอันตรายต่อสภาพของทางหลวงแผ่นดินอย่างยิ่ง จึงไม่รอการลงโทษ ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า ฟ้องโจทก์สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจำเลยฎีกาว่า คำฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่า โดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหาย และมิได้บรรยายว่าน้ำหนักของรถที่จำเลยใช้กระทำผิดเป็นเท่าใด เป็นน้ำหนักลงเพลาหรือน้ำหนักบรรทุก ซึ่งเป็นองค์ประกอบของความผิดตามฏกหมายนั้น พิเคราะห์แล้ว ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ข้อ ๕๖ ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยบัญญัติไว้ว่า "เพื่อรักษาทางหลวง" ผู้อำนวยการทางหลวงมีอำนาจประกาศห้ามใช้ยานพาหนะบนทางหลวง โดยที่ยานพาหนะนั้นมีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุกหรือน้ำหนักลงเพลาเกิดกว่าที่ได้กำหนด หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหาย..........." จากบทบัญญัติดังกล่าวผู้อำนวยการทางหลวงมีอำนาจประกาศห้ามใช้ยานพานะที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดประการหนึ่ง และห้ามใช้ยานพาหนะที่อาจทำให้ทางหลวงเสียหายอีกประการหนึ่ง คดีนี้โจทก์มุ่งประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่ผู้อำนวยการทางหลวงกำหนด ฉะนั้นการที่โจทก์บรรยายฟ้องไว้ว่า จำเลยขับรถยนต์ประเภทประกอบการขนส่งส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน ๘๐ - ๐๐๑๓ ระนอง ซึ่งมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ชนิดเพลาที่ ๒ ที่ ๓ เป็นเพลาคู่ใช้ยางคู่ ซึ่งตามประกาศของผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินกำหนดว่า ต้องมีน้ำหนักลงเพลาไม่เกินเพลาละ ๘,๒๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๑,๐๐๐ กิโลกรัม บรรทุกหินเกล็ดไปตามถนนอันเป็นทางหลวงแผ่นดินโดยมีน้ำหนักยานพาหนะน้ำหนักบรรทุกรวม ๓๕,๒๑๐ กิโลกรัม ซึ่งเกินกว่ากำหนดตามประกาศดังกล่าวไป ๑๔,๒๑๐ กิโลกรัม อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายจึงเป็นการบรรยายถึงองค์ประกอบแห่งความผิดตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษครบถ้วนแล้ว หาจำต้องบรรยายมาด้วยว่าอาจทำให้ทางหลวงเสียหายดังที่จำเลยฎีกาไม่ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้ยานพาหนะที่อาจทำให้ทางหลวงเสียหาย คำฟ้องโจทก์จึงชอบตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3827/2531 พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร โจทก์ นายสุวรรณ์ เลี่ยมไข่ต่วน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร · ล. - นายสุวรรณ์ เลี่ยมไข่ต่วน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์ · เจริญ นิลเอสงฆ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชุมพร - นายประพัฒน์ ไพทยาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสกนธ์ กฤติยาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 20504/2556ฎีกา 99/2541ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 605/2511ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา