⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4444/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4444/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยส่งปืนให้แก่ผู้กระทำความผิด และผู้กระทำความผิดได้นำปืนนั้นไปใช้กระทำความผิด แม้จำเลยจะไม่ได้สั่งการหรือร่วมมือโดยตรง แต่การกระทำของจำเลยเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการกระทำความผิด ถือเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด

ย่อคำพิพากษา

ส. ชกหน้าผู้เสียหาย 1 ที ผู้เสียหายล้มลงแล้วลุกขึ้นยืนในระหว่างนั้นจำเลยส่งปืนสั้นให้แก่ ส. ส.ใช้ปืนกระบอกนั้นยิงผู้เสียหาย 1 นัด กระสุนปืนถูกที่แขนขวาเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย แม้จำเลยจะอยู่ด้วยในที่เกิดเหตุก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ร้องบอกหรือสั่งให้ ส. ยิงผู้เสียหายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องร่วมมือกับการกระทำของ ส. แต่อย่างใด การที่ ส. จะยิงผู้เสียหายหรือไม่อยู่ที่การตัดสินใจของ ส. เอง การกระทำของจำเลยเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ ส. ในการกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ และ ๘๓ จำคุกคนละ ๑๐ ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วย มาตรา ๘๐, ๘๖ ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยที่ ๒ เป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ชกหน้าผู้เสียหาย ๑ ที ผู้เสียหายล้มลงแล้วลุกขึ้นยิงในระหว่างนั้นจำเลยที่ ๒ ส่งปืนสั้นให้แก่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ใช้ปืนกระบอกนั้นยิงผู้เสียหาย ๑ นัด กระสุนปืนถูกที่แขนขวาเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายปรากฏตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงได้ความดังกล่าวข้างต้นโดยไม่ปรากฏจากพยานหลักฐานของโจทก์ว่า ตั้งแต่แรกที่จำเลยที่ ๑ ชกหน้าผู้เสียหายจนกระทั่งผู้เสียหายล้มลงแล้วลุกขึ้นยืน จำเลยที่ ๒ ได้ร้องบอกหรือสั่งให้จำเลยที่ ๑ ยิงผู้เสียหายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องร่วมมือกับการกระทำของจำเลยที่ ๑ แต่อย่างใด แม้จะปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ จะอยู่ด้วยในที่เกิดเหตุก็ตาม นอกจากนี้การที่จำเลยที่ ๑ จะยิงผู้เสียหายหรือไม่อยู่ที่การตัดสินใจของจำเลยที่ ๑ เอง จำเลยที่ ๒ มิได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย แต่การที่จำเลยที่ ๒ ส่งปืนให้จำเลยที่ ๑ แล้วจำเลยที่ ๑ ใช้ปืนกระบอกนั้นยิงผู้เสียหายจนได้รับอันตรายแก่กายเช่นนี้ การกระทำของจำเลยที่ ๒ เข้าลักษณะเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ ๑ ในการกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย จำเลยที่ ๒ จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดครั้งนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4444/2531 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นายควรหรือสมควร พรมมา กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · ล. - นายควรหรือสมควร พรมมา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นายชัยวัฒน์ คำสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 3578/2531ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1386/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา