⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4485/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4485/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องคดีอาญาต้องระบุวันเวลาที่เกิดการกระทำผิดให้ชัดเจน หากไม่ระบุหรือไม่ชัดเจน ถือเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์และศาลต้องยกฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องของโจทก์ไม่บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับวันกระทำผิดศาลจะเอาข้อเท็จจริงในฟ้องแต่ละวรรคซึ่งเป็นข้อเท็จจริงคนละตอนมาประกอบกันเพื่อจะให้เข้าใจเอาเองว่าเกิดเหตุระหว่างวันเวลาใดหาได้ไม่ ฟ้องโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ชอบที่จะยกฟ้องของโจทก์เสีย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เบื้องต้นในชั้นนี้ว่า ฟ้องของโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) หรือไม่พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2526เวลากลางวันจำเลยได้ทำเอกสารขึ้นยืนยันว่าจำเลยได้รับชำระหนี้แล้ว มอบแก่โจทก์และนายปวีณ สวศรัญญู เป็นผู้รักษาเอกสารนั้นแทนโจทก์ ต่อมาระหว่างต้นเดือนมกราคม 2527 เวลากลางวัน โจทก์ได้ขอให้ศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายเรียกพยานเอกสารนั้นจากนายปวีณปรากฏว่าจำเลยได้ไปเอาเอกสารนั้นจากนายปวีณก่อนแล้วด้วยเจตนาทุจริตโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียหายแก่โจทก์กับพวกที่ถูกฟ้องเป็นคดีแพ่ง เช่นนี้ ย่อมเห็นได้ว่าฟ้องโจทก์ไม่ได้ระบุวันเวลาที่จำเลยเอาเอกสารไปจากนายปวีณอันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 จะถือเอาฟ้องแต่ละวรรคซึ่งเป็นข้อเท็จจริงคนละตอนมาประกอบกันเพื่อจะให้เข้าใจเอาเองว่าเกิดเหตุระหว่างวันและเวลาใด หาได้ไม่ สำหรับเอกสารหมายเลข 1 ท้ายฟ้องซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องนั้นก็เป็นเพียงหนังสือของนายปวีณแจ้งไปยังศาลจังหวัดขอนแก่นถึงเรื่องที่ไม่สามารถส่งเอกสารตามที่คู่ความอ้างได้เท่านั้นซึ่งเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ดังกล่าวก็หาได้ระบุถึงวันเวลาที่จำเลยเอาเอกสารนั้นไปจากตนเองแต่อย่างใด เมื่อฟ้องของโจทก์ไม่บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับวันกระทำผิดจึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ชอบที่จะยกฟ้องของโจทก์เสีย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องของโจทก์เสียนั้น ชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4485/2531 นาง วรนุช ไชยฤทธิ์ หรือ ประมง กิจ โจทก์ นาย เสถียร มามุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง วรนุช ไชยฤทธิ์ หรือ ประมง กิจ · จำเลย - นาย เสถียร มามุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา