⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5227/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5227/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงเจตนาจะเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่ปรากฏว่าได้พยายามทำให้ทรัพย์นั้นเคลื่อนย้ายไปจากผู้ครอบครองได้ หรือพยายามทำให้ทรัพย์นั้นตกอยู่ในอำนาจของตนโดยสมบูรณ์แล้ว ไม่ถือว่าเป็นการกระทำอันเป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

คำกล่าวของจำเลยขณะเมาสุราต่อหน้าคนหลายคนในร้านค้าว่าจะเอารถของผู้เสียหาย มิใช่วิสัยของคนร้ายที่จะบอกให้เจ้าทรัพย์รู้ตัวก่อน ที่จำเลยใช้ขวานงัดช่องไขกุญแจแล้วถีบคันสตาร์ดรถจักรยานยนต์ก็เป็นที่เข้าใจว่าเครื่องยนต์จะไม่ติด และไม่ปรากฎว่าจำเลยต่อสายไฟตรงเพื่อให้เครื่องยนต์ติดแต่อย่างใด จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาพยายามชิงทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ.2525 มาตรา 13 จำเลยให้การปฎิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 339 วรรคสอง จำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยกระทำผิดฐานพยายามชิงทรัพย์หรือไม่ ทางนำสืบของโจทก์มีนางสำเนียง นายประยงค์ เป็นพยานโจทก์ เบิกความสอดคล้องต้องกันว่า จำเลยถือขวานยาวประมาณ 1 ช่วงแขนเข้าไปในร้านขายก๋วยเตี๋ยวบอกนางสำเนียงว่าจะเอารถ แล้วใช้คมขวานงัดช่องไขกุญแจรถงัดโคมไฟหน้ารถ ต่อสายไฟตรง ถีบคันสตาร์ด แต่เครื่องไม่ติดเอารถไปไม่ได้และรถล้มลงตรงที่จอด เห็นว่า ขณะเกิดเหตุนางสำเนียง พยานเบิกความว่า จำเลยมีอาการเมาสุราเข้าในร้านขายก๋วยเตี๋ยวของนายประยงค์ด้วยท่าทางพาลหาเรื่อง ซึ่งจำเลยก็นำสืบว่า วันเกิดเหตุจำเลยดื่มสุรามาจากงานแต่งงาน มีอาการเมาสุราไม่รู้เรื่องอะไร ฉะนั้นที่จะเลยบอกนางสำเนียงว่าจะเอารถเป็นการพูดต่อหน้าคนในร้านขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งตามคำเบิกความของนายประยงค์พยานเจ้าของร้านว่ามีคนอยู่หลายคนการพูดดังกล่าวจึงไม่ใช่วิสัยของคนร้ายที่จะต้องบอกให้เจ้าทรัพย์รู้ตัวก่อน เชื่อว่าที่จำเลยพูดออกไปเพราะความเมาสุรา ที่พยานได้เห็นจำเลยใช้คมขวานงัดตรงช่องที่ไขกุญแจแล้วถีบคันสตาร์ดก็เป็นที่เข้าใจของคนทั่ว ๆ ไปว่าเครื่องยนต์จะต้องไม่ติด และที่พยานได้เห็นจำเลยงัดโคมไฟหน้ารถและต่อสายไฟตรงก็เป็นการเบิกความลอย ๆ โดยไม่มีรายละเอียดว่าจำเลยต่อสายไฟตรงด้วยวิธีการอย่างไร และจากการตรวจรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุของพนักงานสอบสวนตามเอกสาร จ.4 ก็ปรากฎแต่เพียงว่าบริเวณไฟหน้ารถมีรอยแงะเปิดอ้าอยู่เท่านั้น ไม่ปรากฎว่ารถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสายไฟตรงดังคำเบิกความของพยานโจทก์แต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาพยายามชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5227/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด ลพบุรี โจทก์ นาย นคร บรรจง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ลพบุรี · จำเลย - นาย นคร บรรจง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล เปาอินทร์ · สหัส สิงหวิริยะ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 185/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1715/2545ฎีกา 213/2554ฎีกา 729/2483ฎีกา 1148/2534ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ