⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6244/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6244/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีอาวุธติดตัวไปในการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์และขู่ว่าจะใช้ ถือเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธแล้ว แม้จะไม่ได้ใช้อาวุธนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีอาวุธปืนและลูกระเบิดติดตัวไปในการปล้นทรัพย์และขู่ว่าจะใช้หากเจ้าทรัพย์ขัดขืน โดยไม่ได้ยิงปืนหรือใช้วัตถุระเบิดทำให้เกิดระเบิดขึ้นแต่อย่างใด เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 340 วรรคสี่ และเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาด้วยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๖, ๘, ๓๘, ๕๕, ๗๔, ๗๘ ริบเสื้อเชิ้ต เข็มขัด ลูกระเบิด และถุงผ้าของกลาง ส่วนของกลางอื่นคืนเจ้าของ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคสี่ ประกอบมาตรา ๓๔๐ ตรี, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๕๕, ๗๘ ฐานปล้นทรัพย์จำคุก ๒๖ ปี ฐานมีวัตถุระเบิดจำคุก ๑๐ ปี รวมจำคุก ๓๖ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก ๒๗ ปี จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสี่ ประกอบมาตรา ๓๔๐ ตรีฐ ๘๓ จำคุก ๒๖ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๑๗ ปี ๔ เดือน จำเลยที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ วรรคสอง พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๕๕, ๗๘ ฐานรับของโจทก์จำคุก ๘ ปี ฐานมีวัตถุระเบิดจำคุก ๑๐ ปี รวมจำคุก ๑๘ ปี ริบเสื้อเชิ้ต เข็มขัด ลูกระเบิด และถุงผ้าของกลาง ส่วนของกลางอื่นที่เหลือให้คืนเจ้าของ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คดีปรากฏจากคำฟ้องและข้อนำสืบของโจทก์เองว่าการปล้นครั้งนี้คนต้ายไม่ได้ยิงปืนหรือใช้วัตถุระเบิดทำให้เกิดระเบิดขึ้นแต่อย่างใด คนร้ายเพียงแต่มีอาวุธปืนและลูกระเบิดติดตัวไปและขู่ว่าจะใช้หากเจ้าทรัพย์ขัดขืนเท่านั้น การที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสี่ นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยการกระทำของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธตามมาตรา ๓๔๐ วรรคสองเท่านั้น และเมื่อจำเลยที่ ๑ แต่งกายคล้ายตำรวจและมีวัตถุระเบิด จำเลยที่ ๒ ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการกระทำผิดจำเลยก็ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๔๐ วรรคสอง กึ่งหนึ่ง ตามมาตรา ๓๔๐ ตรี สำหรับจำเลยที่ ๒ แม้จะไม่ได้ฎีกาขึ้นมา แต่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกล่าวอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ ๒ ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๓, ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๓๔๐ ตรี วางโทษจำคุก ๒๐ ปี รวมกับโทษฐานมีวัตถุระเบิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีก ๑๐ ปี เป็นให้จำคุก ๓๐ ปี จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๓๔๐ ตรี วางโทษจำคุก ๒๐ ปี ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสี่ คงให้จำคุก ๒๒ ปี ๖ เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ ๒ หนึ่งในสาม คงให้จำคุก ๑๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6244/2531 พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ โจทก์ นายโสภณ เอ่งฉ้วน กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ · ล. - นายโสภณ เอ่งฉ้วน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกระบี่ - นายชาญวิทย์ รักษ์กุลชน · ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 664/2520ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 726/2487ฎีกา 11720/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6344/2551ฎีกา 472/2539ฎีกา 3374/2566ฎีกา 674/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา