⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 694/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยต้องร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของตัวแทนที่กระทำไปในทางการที่จ้างหรือตามที่ได้รับมอบหมายจากจำเลย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยและ อ.กระทำกิจการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันจากรถยนต์แท็กซี่คันเกิดเหตุ อ.จึงเป็นตัวแทนของจำเลยและจำเลยจะต้องร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของ อ.ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 427

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.427 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีวัตถุประสงค์รับประกันภัยและได้รับประกันความเสียหายของรถยนต์เก๋งโตโยต้าโคโรลล่า คันหมายเลขทะเบียน ๕ง - ๓๔๗๖ กรุงเทพมหานคร ไว้จากนายมาโนช จารุประวิทย์ จำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์แท๊กซี่คันหมายเลขทะเบียน ๑ท - ๘๙๑๗ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๔ เวลาประมาณ ๖ นาฬิกา นายอุดม หุ้ยกระบวน ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลย ขับรถยนต์แท๊กซี่คันหมายเลขทะเบียน ๑ท - ๘๙๑๗ ไปในทางการที่จ้างหรือทำแทนจำเลยด้วยความประมาท โดยขับตัดหน้ารถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๕ง - ๓๔๗๖ กรุงเทพมหานคร ซึ่งนายมาโนช ขับ ในระยะกระชั้นชิด รถยนต์คันนี้จึงชนรถยนต์แท๊กซี่แล้วเสียหลักพุ่งขึ้นไปชนกระถางต้นไม้บนทางเท้าและแฉลบไปชนประตูบ้านผู้อื่นเสียหาย รถยนต์เก๋งดังกล่าวเสียหายต้องซ่อมสิ้นเงิน ๔๘,๘๘๕ บาท โจทก์ต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยจึงจ่ายเงินค่าซ่อมรถยนต์ไปเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๒๔ แล้วรับช่วงสิทธิและทวงถามให้จำเลยรับผิด จำเลยเพิกเฉย โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๒๔ ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๒,๔๔๔ บาท รวมทั้งสิ้น ๕๑,๓๒๙ บาท ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยให้ชดใช้ค่าเสียหาย ๕๑,๓๒๙ บาทแก่โจทก์ พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๔๘,๘๘๕ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์แท๊กซี่ตามฟ้อง แต่วันเกิดเหตุจำเลยมิได้ครอบครองรถเพราะได้ให้นายอุดม หุ้ยกระบวนเช่าไป นายอุดม หุ้ยกระบวน จึงมิใช่ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลย เหตุเกิดเพราะความประมาทของนายมาโนช ที่ขับด้วยความเร็วสูง ไม่ระมัดระวัง โจทก์ยังมิได้จ่ายค่าซ่อมรถยนต์ให้เจ้าของรถ จึงไม่อาจรับช่วงสิทธิมาเรียกร้องจากจำเลย ค่าเสียหายไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท ก่อนฟ้องโจทก์ไม่เคยทวงถามจึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง นายมาโนช จารุประวิทย์ เป็นผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๕ง - ๓๔๗๖ กรุงเทพมหานคร จากโจทก์ นายอุดม หุ้ยกระบวน เป็นตัวแทนของจำเลยขณะเกิดเหตุ และเป็นผู้กระทำละเมิด พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๓๘,๒๓๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน ๒,๔๔๔ บาท ตามที่โจทก์ขอ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นายอุดม หุ้ยกระบวน มิใช่ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นโดยคู่ความไม่โต้แย้งว่า นายมาโนช จารุประวิทย์ นำรถยนต์เก๋งคันหมายเลขทะเบียน ๕ง - ๓๔๗๖ กรุงเทพมหานคร มาประกันภัยไว้กับโจทก์ จำเลยเป็นเจ้าของรถยนต์แท๊กซี่คันหมายเลขทะเบียน ๑ท - ๘๙๑๗ กรุงเทพมหานคร วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๔ นายมาโนชขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวชนกับรถยนต์แท๊กซี่ของจำเลยคันดังกล่าวซึ่งมีนายอุดม หุ้ยกระบวน เป็นผู้ขับ โดยนายอุดมขับรถยนต์แท๊กซี่ด้วยความประมาททำให้รถของนายมาโนชได้รับความเสียหาย โจทก์ได้จ่ายเงินค่าซ่อมรถยนต์เก๋งของนายมาโนชไปแล้ว ปัญหาในชั้นนี้มีเพียงข้อเดียวว่า ขณะเกิดเหตุนายอุดมเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยหรือไม่ โจทก์มีนายประทีป แซ่ตั้ง ซึ่งทำงานในตำแหน่งพนักงานตรวจสอบเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถที่เอาประกันไว้กับโจทก์มาเบิกความว่า รถยนต์แท๊กซี่ที่นายอุดมขับมีชื่อบริษัทจำเลยติดอยู่ข้างรถ สำหรับนายสมชัย พิพิธสุขสันต์ กรรมการผู้จัดการของจำเลยนั้นแม้จะเบิกความว่ารถยนต์แท๊กซี่คันเกิดเหตุไม่มีเครื่องหมายของบริษัทจำเลยติดอยู่ที่ตัวรถ แต่ก็ยอมรับว่าสีรถยนต์รับจ้างสาธารณะของจำเลยมีสีฟ้า - ส้ม เมื่อคนอื่นเห็นรถยนต์รับจ้างสาธารณะสีฟ้า - ส้ม ก็จะต้องเข้าใจว่าเป็นรถยนต์ของจำเลย ทุกวันนี้รถของบริษัทจำเลยก็ยังใช้สีฟ้า - ส้ม นอกจากนี้นายวรรณดี มังกรเสถียร พยานจำเลยอีกปากหนึ่งก็เบิกความว่าก่อนปี ๒๕๒๕ มีป้ายชื่อบริษัทจำเลยติดอยู่ที่ข้างรถรับจ้างสาธารณะบ้าง คดีนี้เหตุเกิดในปี ๒๕๒๔ จึงน่าเชื่อว่ารถแท๊กซี่คันเกิดเหตุของจำเลยมีสีฟ้า - ส้ม และมีชื่อบริษัทจำเลยติดอยู่ข้างรถ ดังนั้นคนทั่วไปที่ได้พบเห็นรถแท๊กซี่คันเกิดเหตุจะต้องเข้าใจว่าเป็นรถของจำเลยสำหรับหนังสือสัญญาเช่ารถยนต์หมาย ล.๑ ซึ่งระบุว่านายอุดมเช่ารถคันนี้จากจำเลยนั้น ก็ปรากฏว่าสัญญาเช่าดังกล่าวไม่ระบุเวลาการเช่าซึ่งเป็นการผิดปกติวิสัย ทั้งยังระบุค่าเช่าเพียงวันละ ๑๐๐ บาท ซึ่งเป็นค่าเช่าที่ต่ำเกินไปจนไม่น่าเชื่อถือ จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นการเช่ากันจริง ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าจำเลยและนายอุดมกระทำกิจการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันจากรถยนต์แท๊กซี่คันเกิดเหตุ นายอุดมจึงเป็นตัวแทนของจำเลยและจำเลยต้องร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของนายอุดมตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๗ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2531 บริษัท ร.ส.พ. ประกันภัย จำกัด โจทก์ บริษัทนครชัยแท็กซี่ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ร.ส.พ. ประกันภัย จำกัด · จำเลย - บริษัทนครชัยแท็กซี่ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปรีชา ธนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 4879/2533ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 3394/2536ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา