คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เป็นค่าเสียหายทั่วไป ไม่ใช่ค่าจ้าง จึงไม่ต้องอยู่ภายใต้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
เมื่อศาลมีคำสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน ลูกจ้างยังมีสภาพการเป็นลูกจ้างต่อไป จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีจากการเลิกจ้าง
ย่อคำพิพากษา
ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่านายจ้างเลิกจ้างโจทก์อันเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมให้นายจ้างรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์วันละ 70 บาท นับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันรับโจทก์กลับเข้าทำงาน การกำหนดค่าเสียหายดังกล่าวเป็นเรื่องค่าเสียหายทั่วไป หาใช่เป็นการกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์อันพึงต้องอยู่ในบังคับของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 45 หมายความว่าได้มีการเลิกจ้างโดยไม่มีสภาพการจ้างอยู่ต่อไปอีก ลูกจ้างจึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีจากนายจ้างได้ แต่กรณีศาลแรงงานพิพากษาให้นายจ้างรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมนั้น โจทก์กับนายจ้างกลับมีสภาพการเป็นลูกจ้างและนายจ้างกันต่อไป ทั้งนายจ้างก็ยังมีสิทธิกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้โจทก์หยุดได้ตามข้อ 10 โจทก์จึงหมดสิทธิเรียกร้องเอาค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามข้อ 32 (3) และข้อ 45
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.10 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.32 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.45 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 16) ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2529 ม.4 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.41 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.121
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑๖ ถูกจำเลยที่ ๑๖ เลิกจ้างเพราะโจทก์ไปร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานและชุมชนเพื่อเตรียมยื่นข้อเรียกร้อง เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม โจทก์ได้ร้องเรียนต่อจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ ในฐานะเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ แต่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ มีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์ ซึ่งเป็นการไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ ให้จำเลยที่ ๑๖ รับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมและชดใช้ค่าเสียหายจนกว่าจะรับกลับเข้าทำงาน หากพฤติการณ์โจทก์ไม่อาจทำงานร่วมกับจำเลยที่ ๑๖ ได้ ขอให้จำเลยที่ ๑๖ ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๖ ให้การว่า การที่โจทก์ถูกเลิกจ้างไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม คำสั่งของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ ชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ให้จำเลยที่ ๑๖ รับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมเสมือนไม่มีการเลิกจ้างกับให้จ่ายค่าเสียหายวันละ ๗๐ บาทในจำนวนวันทำงานเดือนละ ๒๖ วัน รวมเป็นเงินเดือน ๑,๘๒๐ บาทนับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันรับกลับเข้าทำงานให้แก่โจทก์
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ประการแรกว่า ที่ศาลแรงงานกลางให้จำเลยที่ ๑๖ จ่ายค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างวันละ ๗๐ บาท ไม่ชอบด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๑๖) ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๐ ที่กำหนดให้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ ๗๓ บาท การกำหนดค่าเสียหายต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยที่ ๑๖ ชดใช้ให้แก่โจทก์นั้น ศาลแรงงานกลางได้ถือเอาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๑๕) ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลยที่ ๑๖ เลิกจ้างโจทก์มาเป็นฐานคำนวณเป็นค่าเสียหายโดยมิได้คำนึงว่าขณะเลิกจ้างนั้น โจทก์ได้รับค่าจ้างมากหรือน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหรือไม่เพียงใดทั้งกรณีเป็นเรื่องของค่าเสียหาย หาใช่มีการกำหนดให้จำเลยที่ ๑๖ จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์อันพึงต้องอยู่ในบังคับของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๑๖) ดังข้ออุทธรณ์ของโจทก์ไม่
โจทก์อุทธรณ์ประการต่อไปว่า ระหว่างโจทก์ทำงานกับจำเลยที่ ๑๖ นั้น โจทก์ไม่ได้หยุดพักผ่อนประจำปีรวมทั้งสิ้นเป็นเวลา ๓๐ วัน แต่ศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาให้จำเลยที่ ๑๖ จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่โจทก์ ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ ๑๖ จ่ายค่าจ้างดังกล่าวให้แก่โจทก์ด้วย พิเคราะห์แล้ว ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ ๔๕ กำหนดว่า "ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างประจำโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามข้อ ๔๗ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้าง สำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามข้อ ๑๐ และข้อ ๓๒ ด้วย" เห็นว่าคำว่า ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยมิได้กระทำความผิดหมายความว่า ได้มีการเลิกจ้างกันโดยไม่มีสภาพการจ้างอยู่ต่อไปอีก ซึ่งลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีจากนายจ้างได้ แต่ตามกรณีของโจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ ๑๖ รับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม ซึ่งมีผลเป็นว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๑๖ กลับมีสภาพของการเป็นลูกจ้างและนายจ้างกันต่อไป ทั้งจำเลยที่ ๑๖ ยังมีสิทธิกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้โจทก์หยุดได้ต่อไป ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๑๐ ซึ่งจะเป็นเหตุให้โจทก์หมดสิทธิเรียกร้องเอาค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ตามข้อ ๓๒ และข้อ ๔๕
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2531
นางสาวสำเนาว์ กลิ่นระคนธ์ โจทก์
นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวสำเนาว์ กลิ่นระคนธ์ · จำเลย - นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายเสงี่ยม คชาธาร · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา