⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง ต้องยกข้อโต้แย้งขึ้นกล่าวอ้างให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาแล้วในชั้นพิจารณา เว้นแต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมิได้ยกเหตุที่จำเลยให้โจทก์ออกยากงานเนื่องจากโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ และชั้นชี้สองสถานศาลแรงงานกลางก็ไม่ได้กำหนดปัญหาข้อนี้ไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท จำเลยเพิ่งยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ อุทธรณ์จำเลยจึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและไม่ได้มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้จำเลยจ่ายเงินประกันที่จำเลยหักไว้จากค่าจ้างของโจทก์ จำนวน 1,000 บาท ค่าทำงานในวันหยุด 780 บาทค่าชดเชยจำนวน 7,050 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 2,350บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า เหตุที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงาน เนื่องจากโจทก์ทำผิดตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยเกินกว่า 3 ครั้ง จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ และไม่ต้องคืนเงินประกันด้วย ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินประกันความเสียหายและค่าทำงานในวันหยุดตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์เพราะหตุที่โจทก์ทำให้ทรัพย์สินของจำเลยได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นความผิดซ้ำกับที่จำเลยได้เคยตักเตือนโจทก์แล้วทั้งเป็นความผิดที่ทำให้จำเลยสามารถที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้ แต่จำเลยก็ไม่ได้กระทำ ดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ความผิดเกี่ยวกับเรื่องทำให้ทรัพย์สินจำเลยเสียหายย่อมหมดไป จึงเป็นการคลาดเคลื่อนด้วยข้อกฎหมาย เพราะหากโจทก์ไม่มีเจตนาทำให้ทรัพย์สินของจำเลยเสียหายแล้ว ความเสียหายก็คงไม่เกิดมากดังพยานจำเลยเบิกความที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างตาม ข้อ 47 (2) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามข้อ 46 ให้แก่โจทก์นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยมิได้ยกเหตุที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงาน เนื่องจากโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ และชั้นชี้สองสถานศาลแรงงานกลางก็มิได้กำหนดปัญหาข้อนี้ไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท จำเลยเพิ่งยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ อุทธรณ์จำเลยดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2532 นาย เรือ งยศ บุตรรักษ์ โจทก์ บริษัท โรงแรม แมนดาริน จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เรือ งยศ บุตรรักษ์ · จำเลย - บริษัท โรงแรม แมนดาริน จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นำชัย สุนทรพินิจกิจ · มาโนช เพียรสนอง · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2893/2540ฎีกา 3563/2543ฎีกา 3116/2529ฎีกา 4715/2542ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 367/2568ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1646/2546ฎีกา 5086/2537ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 2093/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ