⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1541/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2532

ป.วิ.อาญา ม.193, 205, 225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาของจำเลยที่กล่าวแต่เพียงว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังคลาดเคลื่อนทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์คลาดเคลื่อนในข้อใด เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 คำแถลงการณ์ประกอบฎีกาที่จำเลยยื่นต่อศาลฎีกา มิใช่ส่วนหนึ่งของฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.205 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.205 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๓๗๑, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ริบของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๒ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี จำคุกคนละ ๒๐ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๑๓ ปี ๔ เดือน ของกลางริบ จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง, ๓๔๐ ตรี ประกอบด้วย มาตรา ๘๓ ส่วนกำหนดโทษและลดโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ฎีกา ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอถอนฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังคลาดเคลื่อนทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จำเลยที่ ๓ ขอฎีกาคัดค้านคำพิพากษาดังกล่าวต่อศาลฎีกา จำเลยจะยื่นคำแถลงการณ์ประกอบฎีกาต่อไปนั้น เห็นว่าฎีกาของจำเลยที่ ๓ เพียงแต่กล่าวว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังคลาดเคลื่อนทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเท่านั้น มิได้ระบุว่าข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่อ้างอิงให้เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์คลาดเคลื่อนในข้อใด แม้ต่อมาจำเลยที่ ๓ จะยื่นคำแถลงการณ์ต่อศาลฎีกา แต่คำแถลงการณ์ก็หาได้เป็นส่วนหนึ่งของศาลฎีกาไม่ ฎีกาของจำเลยที่ ๓ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ ๓ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายชนินทร์หรือศักดิ์ ปิ่นแก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายชนินทร์หรือศักดิ์ ปิ่นแก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสถิตย์ ไพเราะ · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 3800/2564ฎีกา 11/2539ฎีกา 6344/2551ฎีกา 472/2539ฎีกา 2982/2562ฎีกา 3374/2566ฎีกา 250-251/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา