⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1595/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1595/2532

ป.อาญา ม.83, 138, 288 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดและไม่อาจระบุได้ว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำผิดโดยตรง แต่พฤติการณ์บ่งชี้ว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาฆ่าร่วมกัน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงถือเป็นการกระทำความผิดร่วมกันโดยเจตนาฆ่า.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตายเนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นผู้ยิงแต่ไม่อาจระบุได้ว่าจำเลยคนใด แม้จะฟังว่าจำเลยคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ยิง แต่การที่จำเลยทั้งสองต่างก็มีอาวุธปืนอาก้าไปร่วมชิงทรัพย์ ส่อให้เห็นเจตนาของจำเลยทั้งสองว่าถ้ามีเหตุการณ์คับขันเกิดขึ้นในการชิงทรัพย์ จำเลยทั้งสองจะใช้อาวุธปืนยิงผู้ที่ต่อสู้หรือขัดขวางปรากฏว่าจำเลยทั้งสองอยู่ด้วยกัน เมื่อยิงแล้วก็วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขับขี่หลบหนีไปด้วยกันโดยได้ยิงปืนอีก 1 ชุด พฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ขัดขวางและยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339, 340 ตรี, 289140, 83, 91, 92 และริบรถจักรยานยนต์และปลอกกระสุนปืนอาก้าของกลาง คืนเครื่องรับวิทยุกระเป๋าใส่เงิน ชุดพราง กางเกง เสื้อ และปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. แก่เจ้าของและเพิ่มโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมาย กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนมูลค่า 7,208 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธแต่รับว่าเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดและพ้นโทษมาจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี,140, 289(2) การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท เรียงกระทงลงโทษ ฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืนโดยแต่กายให้เข้าใจว่าเป็นทหาร และใช้ยานพาหนะเพื่อให้พ้นจากการจับกุม จำคุกคนละ 7 ปี 6 เดือน และฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักกานโดยใช้อาวุธปืนและฐานฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบและไม่อาจนำโทษจำคุกจำเลยทั้งสองฐานชิงทรัพย์มาเรียงกระทงลงโทษได้จึงคงให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองสถานเดียว ริบรถจักรยานยนต์และปลอกกระสุนปืนอาก้าของกลาง คืนวิทยุ กระเป๋าใส่เงิน ชุดพรางกางเกง เสื้อ และปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. แก่เจ้าของ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนมูลค่า 7,208บาท แก่ผู้เสียหาย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามที่โจทก์ฟ้อง มีคนร้าย 2 คน ซึ่งต่างก็มีอาวุธปืนยาวติดตัวได้ร่วมกันชิงทรัพย์ของนายสุดใจ สิทธิผล ผู้เสียหายไปรวมราคาทรัพย์ 9,208 บาท และขณะที่คนร้ายกำลังจะหลบหนีไปจากบ้านผู้เสียหาย นายดาบตำรวจนพดลคันภ์พิภพ เจ้าพนักงานตำรวจจะจับกุมคนร้ายทั้งสอง เป็นเหตุให้นายดาบตำรวจนพดล ถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตาย ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า จำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายนี้หรือไม่..........พยานหลักฐานโจทก์บ่งชี้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์ผู้เสียหายจริงดังที่โจทก์ฟ้อง...............ปัญหาต่อไปมีว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันต่อสู้ขัดขวางและยิงผู้ตายในขณะปฏิบัติการตามหน้าที่โดยเจตนาฆ่าดังที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงบ่งชี้ชัดว่าผู้ตายถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตายเนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นผู้ยิงอย่างแน่นอนเป็นแต่ไม่อาจระบุได้ว่าจำเลยคนใดคนหนึ่งหรือจำเลยทั้งสองเป็นผู้ยิงเท่านั้น อย่างไรก็ดีถึงแม้จะฟังว่าจำเลยคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ยิงแต่ผู้เดียว แต่การที่จำเลยทั้งสองต่างก็มีอาวุธปืนอาก้าไปร่วมชิงทรัพย์ด้วยกัน เป็นการส่อให้เห็นเจตนาของจำเลยทั้งสองว่าถ้ามีเหตุการณ์คับขันเกิดขึ้นไม่ว่าก่อนหรือขณะหรือภายหลังการชิงทรัพย์และไม่ว่าฝ่ายเจ้าทรัพย์หรือเจ้าพนักงานเป็นผู้ก่อขึ้น จำเลยทั้งสองจะใช้อาวุธปืนยิงผู้ที่ต่อสู้หรือขัดขวางทันทีและขณะที่ยิงก็ได้ความชัดว่าจำเลยทั้งสองอยู่ด้วยกัน เมื่อยิงแล้วก็พากันวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขับขี่หลบหนีไปด้วยกัน โดยได้ยิงปีน อีก 1 ชุดพฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ขัดขวางและยิงทำร้ายร่างกายผู้ตาย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่โดยเจตนาฆ่า จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดดังที่โจทก์ฟ้อง...........' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1595/2532 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด กบินทร์บุ รี โจทก์ นาย บุญ เท อด หรือ สอด งาม ยิ้ม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด กบินทร์บุ รี · จำเลย - นาย บุญ เท อด หรือ สอด งาม ยิ้ม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เคียง บุญเพิ่ม · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 226/2529ฎีกา 6355/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 551/2514ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 778/2519ฎีกา 2936/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 8651/2558ฎีกา 16561/2557ฎีกา 1386/2521ฎีกา 9368/2552ฎีกา 786/2519ฎีกา 4903/2562ฎีกา 2632/2529ฎีกา 47/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ