⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2015/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2015/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงวันที่ในเช็คที่ไม่ได้ลงไว้แต่แรก โดยผู้รับเช็คหรือผู้จัดการมรดกของผู้รับเช็คตามข้อตกลง ถือเป็นการลงวันที่ที่ถูกต้องแท้จริงโดยสุจริต และโจทก์มีสิทธิเรียกเก็บเงินตามเช็คนั้นได้ภายในกำหนดอายุความนับแต่วันที่ลงในเช็ค

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจาก ช. โดยไม่ได้ลงวัน เดือน ปี ที่ออกเช็คไว้ แต่มีพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยยอมให้ ช. ลงวัน เดือน ปี ในเช็คพิพาทแล้วนำไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็คได้เองเมื่อต้องการเงินคืน ช. ถึงแก่ความตายเสียก่อนที่จะนำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงิน โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ช. จึงได้ลงวัน เดือน ปี ในเช็คพิพาททั้ง 10 ฉบับ แล้วนำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ถือได้ว่าเป็นการลงวันที่ออกเช็คที่ถูกต้องแท้จริงโดยสุจริตตามข้อตกลง ซึ่งโจทก์ชอบที่จะกระทำได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 910 ประกอบมาตรา 989 โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายและสลักหลังให้รับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทซึ่งลงวันที่ 26 มีนาคม 2527 อันเป็นวันตามที่ถูกต้องแท้จริง และเป็นวันกำหนดชำระเงิน ภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ลงในเช็คดังกล่าว คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ จำเลยให้การรับว่า จำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและเป็นผู้สลักหลังเช็คพิพาท ทั้งมิได้โต้เถียงว่า ธนาคารตามเช็คไม่ได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ฉะนั้น โจทก์ทั้งสองจึงไม่ต้องส่งอ้างเช็คพิพาทเป็นพยานหลักฐานอีก เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยยอมรับแล้ว ดังนั้นแม้เช็คพิพาทจะปิดอากรแสตมป์ไม่ถูกต้อง ก็รับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายและสลักหลังเช็คพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.910 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1002 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย และสลักหลังเช็คพิพาท โดยจำเลยนำเช็คพิพาทมาแลกเงินไปจาก ช. ต่อมา ช. ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของ ช. ได้นำเช็คพิพาทเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่าย ขอให้จำเลยชำระเงิน ๖๕,๑๙๒.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า หนี้ตามเช็คพิพาท จำเลยได้ชำระเงินสดให้ ช. แล้วทั้งสิ้น แต่ ช. มิได้คืนเช็คพิพาทให้จำเลย ช. หรือโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะลงวันที่ในเช็คพิพาท วันที่สั่งจ่ายที่โจทก์ลงในเช็คพิพาทมิใช่วันที่สั่งจ่ายที่แท้จริง โจทก์ลงวันที่โดยไม่สุจริต หากศาลฟังว่าจำเลยนำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจาก ช. ซึ่งเนื่องมาจากการกู้ยืมเงิน หนี้กู้ยืมก็ขาดอายุความ ๑๐ ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิลงวันที่ในเช็คพิพาทหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยนำเช็คพิพาททั้ง ๑๐ ฉบับไปแลกเงินสดจากร้อยตรีชนิสสร์ โดยไม่ได้ลงวัน เดือน ปี ที่ออกเช็คไว้ ทั้งได้ความว่า จำเลยกับร้อยตรีชนิสสร์มีความสนิทสนมกันมาก ย่อมมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ตามพฤติการณ์ดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นได้ว่าจำเลยยอมให้ร้อยตรีชนิสสร์ลงวัน เดือน ปี ในเช็คพิพาทแต่ละฉบับ แล้วนำไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็คได้เอง ต่อเมื่อร้อยตรีชนิสสร์ต้องการเงินคืน แต่ร้อยตรีชนิสสร์ถึงแก่ความตายเสียก่อนที่จะนำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงิน โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของร้อยตรีชนิสสร์จึงได้ลงวัน เดือน ปี ในเช็คพิพาททั้ง ๑๐ ฉบับ แล้วนำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ถือได้ว่าเป็นการลงวันที่ออกเช็คที่ถูกต้องแท้จริงโดยสุจริตตามข้อตกลง ซึ่งโจทก์ทั้งสองชอบที่จะกระทำได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๐ ประกอบมาตรา ๙๘๙ ปัญหาที่ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกเงินตามเช็คพิพาททั้ง ๑๐ ฉบับ ซึ่งจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและสลักหลัง ดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้วว่า โจทก์ทั้งสองได้ลงวันที่ออกเช็คคือวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๒๗ อันเป็นวันตามที่ถูกต้องแท้จริง และเป็นวันกำหนดชำระเงินตามเช็คพิพาททั้ง ๑๐ ฉบับ เมื่อโจทก์ทั้งสองนำคดีมาฟ้องให้จำเลยรับผิดตามเช็คพิพาททั้ง ๑๐ ฉบับ ในวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๒๘ จึงยังไม่พ้นเวลาปีหนึ่ง นับแต่วันที่เช็คพิพาททั้ง ๑๐ ฉบับ ถึงกำหนด คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ กรณีไม่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีภายในกำหนดสิบปี นับแต่วันที่จำเลยกู้เงินจากร้อยตรีชนิสสร์หรือไม่ ดังที่จำเลยยกชิ้นเป็นข้อต่อสู้ ที่จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า เช็คพิพาททั้ง ๑๐ ฉบับที่โจทก์ส่งอ้างเป็นพยานเอกสารตามเอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ.๑๐ ปิดอากรแสตมป์เพียง ๒๕ สตางค์ แต่ขณะที่โจทก์ทั้งสองนำเช็คไปเรียกเก็บเงินเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๗ ประมวลรัษฎากรบัญญัติให้ชำระค่าอากรแสตมป์ ๓ บาท จึงใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้นั้น เห็นว่า จำเลยให้การรับว่า จำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทตามเอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ.๙ และเป็นผู้สลักหลังเช็คพิพาทตามเอกสารหมาย จ.๑๐ กันมิได้โต้เถียงว่า ธนาคารตามเช็คไม่ได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ฉะนั้น โจทก์ทั้งสองจึงไม่ต้องส่งอ้างเช็คพิพาทเป็นพยานหลักฐานอีก เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยยอมรับแล้ว คดีไม่จำต้องหยิบยกเช็คพิพาทตามเอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ.๑๐ ขึ้นวินิจฉัยโดยตรงอีก ฎีกาของจำเลยในปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดฟังไม่ขึ้น ปัญหาสุดท้ายมีว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยได้เพียงร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี แต่พิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพิพาททั้ง ๑๐ ฉบับ เป็นเงิน ๖๕,๑๙๒.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๕๘,๖๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๒๗ ไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้แก่โจทก์ทั้งสองเสร็จ จึงเป็นการไม่ถูกต้อง เห็นว่าจำนวนเงินตามเช็คพิพาททั้ง ๑๐ ฉบับ รวมกันแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น ๕๘,๖๐๐ บาท และโจทก์ทั้งสองขอคิดดอกเบี้ยจากจำเลยนับแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๒๗ ไปจนกว่าจำชำระเสร็จ เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้โจทก์ทั้งสองเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยได้เพียงร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ไม่ใช่ร้อยละสิบห้าต่อปีตามที่โจทก์ทั้งสองขอ ก็ชอบที่จะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๕๘,๖๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๒๗ ไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองเท่านั้น ฎีกาจำเลยในปัญหาข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน ๕๘,๖๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๒๗ ไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2015/2532 นางสาวพยุงศิริ ลิ้มน้ำคำ กับพวก โจทก์ นายดิเรก จิระประยูร ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวพยุงศิริ ลิ้มน้ำคำ กับพวก · ล. - นายดิเรก จิระประยูร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ประชา บุญวนิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประคอง มากมิ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายประสงค์ อิฐรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 2135/2518ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 5712/2541ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 2709/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา