⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2124/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2124/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชำระหนี้ด้วยเช็ค หากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน หนี้เดิมไม่ระงับไป และผู้ทรงเช็คยังคงมีสิทธิไล่เบี้ยเอากับผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ซื้อวัสดุก่อสร้างจากโจทก์โดยชำระด้วยเงินสดบางส่วน ที่เหลือชำระด้วยเช็คผู้ถือซึ่งจำเลยที่ 2 ลงชื่อสั่งจ่ายชำระหนี้ค่าหมูที่จำเลยที่ 2 ซื้อจากจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 ลงชื่อสลักหลังเช็คดังกล่าวด้วย แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ 2 จึงออกเช็คผู้ถืออีก 2 ฉบับให้โจทก์แทนเช็คฉบับเดิม โดยจำเลยที่ 1 มิได้ลงชื่อสลักหลังธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้งสองฉบับ ดังนี้ การที่จำเลยที่ 1 เอาเช็คของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้ให้โจทก์ เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับเงินตามเช็คเพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินหนี้จึงไม่ระงับไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 แม้จำเลยที่ 2 จะออกเช็คใหม่ 2 ฉบับพร้อมทั้งให้ดอกเบี้ยด้วยและเอาเช็คเก่าคืนไปโดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้ลงชื่อสลักหลังก็ตามก็ถือไม่ได้ว่ามีการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้งสองฉบับอีก จำเลยที่ 1 ยังคงต้องรับผิดในหนี้ตามสัญญาซื้อขายส่วนจำเลยที่ 2 รับผิดตามเช็ค

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๖๐,๗๕๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ชำระหนี้เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๗ จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยที่ ๑ นำสืบ ฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ซื้อวัสดุก่อสร้างจากโจทก์เป็นเงิน ๖๓,๔๘๕ บาท จำเลยที่ ๑ ชำระเงินสด ๓,๔๘๕ บาท ส่วนที่เหลือเอาเช็คผู้ถือซึ่งจำเลยที่ ๒ ลงชื่อสั่งจ่ายชำระหนี้ค่าหมู่ที่จำเลยที่ ๒ ซื้อจากจำเลยที่ ๑ จำนวนเงิน ๖๐,๐๐๐ บาทจำเลยที่ ๑ ลงชื่อสลักหลังเช็คชำระหนี้ให้โจทก์ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ ๑ จึงพาจำเลยที่ ๒ มาพบนายธนาแซ่อึ้งน้องโจทก์ แล้วจำเลยที่ ๒ ออกเช็คผู้ถือของธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาระยอง จำนวน ๒ ฉบับ ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๗ และวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๗ สั่งจ่ายเงินฉบับละ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วรับเช็คฉบับ ๖๐,๐๐๐ บาท คืนไปโดยจำเลยที่ ๑ มิได้ลงชื่อสลักหลัง วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๗ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้งสองฉบับ จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า กรณีดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากจำเลยที่ ๑ มาเป็นจำเลยที่ ๒ แล้ว จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ เอาเช็คของจำเลยที่ ๒ มาชำระหนี้ให้โจทก์นั้น เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับเงินตามเช็คเพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน หนี้จึงไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๒๑ แม้จำเลยที่ ๒ จะออกเช็คใหม่ ๒ ฉบับ พร้อมทั้งให้ดอกเบี้ยและเอาเช็คเก่าคืนไปโดยจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ลงชื่อสลักหลังก็ตาม ถือไม่ได้ว่ามีการเปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้งสองฉบับอีก จำเลยที่ ๑ ยังคงต้องรับผิดในหนี้ตามสัญญาซื้อขาย ส่วนจำเลยที่ ๒ รับผิดตามเช็ค ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2124/2532 นางรุ่งนภา แซ่อึ้ง โจทก์ นายเพียว เตมีประเสริฐกุล หรือเตมีประเสริฐกิจ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางรุ่งนภา แซ่อึ้ง · จำเลย - นายเพียว เตมีประเสริฐกุล หรือเตมีประเสริฐกิจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · ประเสริฐ บุญศรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 610/2520ฎีกา 1452/2511ฎีกา 621/2519ฎีกา 3833/2552ฎีกา 698/2537ฎีกา 2521/2540ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 18343/2556ฎีกา 425/2501ฎีกา 583/2506ฎีกา 92/2531ฎีกา 3329/2550ฎีกา 270/2496ฎีกา 545/2503ฎีกา 1946/2516ฎีกา 1/2511ฎีกา 915/2540ฎีกา 1410/2525ฎีกา 1965/2531ฎีกา 6196/2537ฎีกา 5628/2544ฎีกา 2157/2543ฎีกา 1454/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา