⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2311-2314/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311-2314/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นบัญชีระบุพยานเอกสารโดยใช้คำรวมว่า "สรรพเอกสาร" และระบุว่า "ที่เกี่ยวข้องกับโจทก์" ถือว่าเป็นการยื่นบัญชีระบุพยานโดยชอบแล้ว หากเอกสารนั้นเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญในคดี

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอ้างเอกสารเป็นพยาน โดยบัญชีพยานใช้ คำรวมว่า สรรพเอกสารซึ่งหมายถึงเอกสารหลายฉบับ ไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นเอกสารอะไรบ้าง แต่ก็มีข้อความต่อไปว่าที่เกี่ยวข้องกับโจทก์ พอถือได้ว่าจำเลยได้ยื่นบัญชีระบุพยานโดยชอบแล้ว เมื่อเอกสารที่จำเลยอ้างคือเอกสารซึ่งลอกมาจากสมุดบัญชีค่าจ้าง แสดงถึงค่าแรงค้างจ่ายของโจทก์ และเป็นแบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแสดงเงินเดือนของโจทก์ ซึ่งเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับประเด็นสำคัญในคดีโดยตรง จำเลยมีอำนาจนำพยานเอกสารดังกล่าวเข้าสืบได้ ถ้าโจทก์เห็นว่าเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้องอย่างไร ย่อมซักค้านได้ และเมื่อจำเลยแถลงหมดพยานแล้วโจทก์อาจแถลงขอสืบพยานที่เกี่ยวข้องมานำสืบหักล้างพยานเอกสารที่จำเลยนำเข้าสืบได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.89

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์ทั้งสี่ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าจ้างพร้อมทั้งเงินเพิ่มและดอกเบี้ยก่โจทก์ทั้งสี่ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้จ้างโจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ เป็นลูกจ้าง จำเลยทั้งสองค้างค่าจ้างโจทก์ที่ ๓ และโจทก์ที่ ๔ จริงแต่น้อยกว่าจำนวนตามฟ้อง คำฟ้องเรื่องดอกเบี้ยเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระค่าจ้างให้โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๑๔๖,๖๘๕ บาท ให้โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๑๖๘,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ที่ ๓ จำนวน ๒๒,๓๔๐ บาท และให้โจทก์ที่ ๔ จำนวน ๑๖,๑๓๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินของโจทก์นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคน โจทก์ทั้งสี่สำนวนและจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยในเรื่องการทำพยานเอกสารเข้าสืบว่าแม้จำเลยทั้งสองจะมิได้อ้างเอกสารเป็นแต่ละฉบับ โดยใช้คำรวมว่า สรรพเอกสารซึ่งหมายถึงเอกสารหลายฉบับ ไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นเอกสารอะไรบ้าง แต่ก็มีข้อความต่อไปว่า ที่เกี่ยวข้องกับโจทก์ พอถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ยื่นบัญชีระบุพยานโดยชอบแล้ว คดีนี้โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า โจทก์แต่ละคนได้รับค่าจ้างเดือนละเท่าใด จำเลยทั้งสองยังค้างจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์แต่ละคนเป็นจำนวนเท่าใด ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในคดี เอกสารที่จำเลยอ้างคือเอกสารหมาย ล.๔ ถึง ล.๖ ซึ่งออกมาจากสมุดบัญชีค่าจ้าง แสดงถึงค่าแรงค้างจ่ายของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ ตามลำดับ และเอกสารหมาย ล.๗ เป็นแบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แสดงเงินเดือนของโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ จึงเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับประเด็นสำคัญในคดีโดยตรง จำเลยทั้งสองมีอำนาจนำพยานเอกสารดังกล่าวเข้าสืบได้ เมื่อโจทก์ทั้งสี่ซึ่งถูกต้องเอกสารดังกล่าวมายัน ย่อมซักค้านได้ และถ้าเห็นว่าเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้องอย่างไร โจทก์ทั้งสี่ที่เป็นฝ่ายนำสืบก่อน เมื่อจำเลยทั้งสองแถลงหมดพยานแล้ว โจทก์ทั้งสี่หาได้แถลงขอสืบพยานที่เกี่ยวข้องมานำสืบหักล้างพยานเอกสารที่จำเลยทั้งสองนำเข้าสืบไม่ ศาลแรงงานกลางย่อมมีอำนาจรับฟังพยานเอกสารของจำเลยทั้งสองได้ อุทธรณ์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311 - 2314/2532 พันโทสมหวัง สมหมั่น กับพวก โจทก์ บริษัทชะอำฟาร์ม จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันโทสมหวัง สมหมั่น กับพวก · จำเลย - บริษัทชะอำฟาร์ม จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิลปชัย มัทธุรศ · มาโนช เพียรสนอง · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายรุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6071/2537ฎีกา 2251/2536ฎีกา 1061/2491ฎีกา 4882/2543ฎีกา 977/2543ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1913/2520ฎีกา 324/2504ฎีกา 2307/2518ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 1251/2520ฎีกา 1368/2510ฎีกา 149/2526ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 269/2520ฎีกา 1969/2515ฎีกา 1384/2518ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา