⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2616/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2616/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกประกาศของอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขตามอำนาจที่กฎหมายกำหนดให้ควบคุมและกำหนดการใช้ความถี่คลื่นของสถานีวิทยุคมนาคม ถือเป็นประกาศที่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 11 กำหนดให้อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจควบคุมและกำหนดการใช้ความถี่ คลื่นของสถานีวิทยุคมนาคมต่าง ๆดังนั้น การที่มีประกาศของกรมไปรษณีย์โทรเลข ฉบับลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2527 กำหนดให้ผู้ยื่นขอต่อใบอนุญาตให้มี ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคม ประจำปี พ.ศ. 2528 ทำการแก้ไขเครื่องรับ-ส่งวิทยุให้มีกำลังส่งไม่เกิน 10 วัตต์ หรือความถี่ ไม่เกินย่าน 144-146 เมกะเฮิรตซ์ โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงนามและระบุตำแหน่งไว้ท้ายประกาศด้วยว่า"อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข" จึงถือได้ว่าประกาศฉบับดังกล่าวเป็นประกาศของอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขผู้มีอำนาจแล้ว และเป็นประกาศที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ขัดกับมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ม.6 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้มี ใช้ เครื่องวิทยุคมนาคมและตั้งสถานีวิทยุคมนาคมประจำที่ในกิจการวิทยุอาสาสมัคร รวม ๖ รายการ ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำขอต่อใบอนุญาตประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๘ แต่จำเลยทั้งสามในฐานะเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตไม่ดำเนินการต่อใบอนุญาตให้ โดยอ้างประกาศกรมไปรษณีย์โทรเลข ฉบับลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ ความว่า ผู้ที่จะยื่นคำขอต่อใบอนุญาตให้มีใช้เครื่องวิทยุคมนาคม ตลอดจนตั้งสถานีวิทยุคมนาคมในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ จะต้องทำการแก้ไขเครื่องรับ-ส่งวิทยุให้มีกำลังส่งไม่เกิน ๑๐ วัตต์หรือความถี่ไม่เกินย่าน ๑๔๔-๑๔๖ เมกะเฮิรตซ์ เสียก่อนประกาศกรมไปรษณีย์โทรเลขดังกล่าวเป็นการออกประกาศโดยไม่มีอำนาจรองรับให้กระทำได้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามดำเนินการต่อใบอนุญาตประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๘ และปีต่อ ๆ ไปให้มี ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคมประจำที่ทั้งหกรายการให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า การอนุญาตให้ผู้ใด มี ใช้ นำเข้าหรือนำออก ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมหรือส่วนใด ๆ แห่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรือตั้งสถานีวิทยุคมนาคม ตลอดจนการควบคุมและกำหนดการใช้ความถี่คลื่นสถานีวิทยุคมนาคมต่าง ๆ เป็นอำนาจของจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีมีประเด็นเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความ ๘๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยทั้งสาม ๑,๐๐๐ บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคมพ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๑ ได้กำหนดให้อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจควบคุมและกำหนดการใช้ความถี่-คลื่นของสถานีวิทยุคมนาคมต่าง ๆ ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข จำเลยที่ ๑ โดยเฉพาะ ไม่ใช่เป็นอำนาจของกรมไปรษณีย์โทรเลขซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากออกไปอย่างใด ซึ่งเห็นได้ชัดว่าประกาศดังกล่าวเป็นประกาศของกรมไปรษณีย์โทรเลขแม้อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขจำเลยที่ ๑ จะเป็นผู้ลงนามก็ตามแต่ก็เป็นการลงนามแทนกรมไปรษณีย์โทรเลข จะถือว่าเป็นการลงนามในฐานะเป็นเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคมพ.ศ. ๒๔๙๘ หาได้ไม่ เห็นว่า ประกาศของกรมไปรษณีย์โทรเลข ฉบับลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ ได้ลงนามโดยจำเลยที่ ๑ และได้ระบุตำแหน่งไว้ท้ายประกาศด้วยว่า "อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข" จึงถือได้ว่าประกาศฉบับดังกล่าวเป็นประกาศของอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขแล้ว และเป็นประกาศที่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต่อไปโจทก์ฎีกาว่า ประกาศของกรมไปรษณีย์โทรเลข ฉบับลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ ขัดกับมาตรา ๖ ของพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ เพราะประกาศดังกล่าวได้กำหนดให้ผู้ยื่นคำขอต่อใบอนุญาตให้มี ใช้ เครื่องวิทยุคมนาคม ตลอดจนตั้งสถานีวิทยุคมนาคมในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ต้องทำการแก้ไขเครื่องรับ-ส่งวิทยุคมนาคมให้มีกำลังส่งไม่เกิน ๑๐ วัตต์ และหรือมีความถี่ไม่เกินย่าน ๑๔๔-๑๔๖ เมกะเฮิรตซ์ เสียก่อน เห็นว่า ความหมายของมาตรา ๖ กับความหมายในประกาศของกรมไปรษณีย์โทรเลขดังกล่าวแตกต่างกันไปคนละความหมาย กล่าวคือ ความในมาตรา ๖ มีเจตนามุ่งที่จะห้ามมิให้ผู้ใด ทำ มี ใช้ นำเข้า หรือนำออก ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม ฯลฯเว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามมาตรา ๒๓ แม้คำว่า "ทำ" จะหมายความรวมตลอดถึงการประกอบขึ้น การแปรสภาพ หรือกลับสร้างใหม่ก็ตามแต่การกระทำต่าง ๆ ดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเสียก่อน ส่วนประกาศของกรมไปรษณีย์โทรเลข ฉบับลงวันที่ ๒๑กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ นั้น เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตกำหนดให้ผู้ยื่นคำขอต่อใบอนุญาตให้ มี ใช้ เครื่องวิทยุคมนาคมตลอดจนตั้งสถานีวิทยุคมนาคม ในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ทำการแก้ไขเครื่องรับ-ส่งวิทยุคมนาคมตามที่กำหนดไว้ในประกาศ เป็นการใช้อำนาจควบคุมและกำหนดการใช้ความถี่คลื่นของสถานีวิทยุคมนาคมต่าง ๆตามนัยแห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๑ ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการและส่วนรวม แต่ถ้าผู้ขอต่อใบอนุญาตให้มี ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมหรือตั้งสถานีวิทยุคมนาคมได้แก้ไขเครื่องรับ-ส่งวิทยุคมนาคมให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประกาศดังกล่าว จำเลยทั้งสามก็พร้อมที่จะต่อใบอนุญาตประจำปีพ.ศ. ๒๕๒๘ ให้ การที่โจทก์ไม่ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในประกาศของกรมไปรษณีย์โทรเลข ฉบับลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗จำเลยทั้งสามจึงไม่ต่อใบอนุญาตให้นั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนจำเลยทั้งสาม ๕๐๐ บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2616/2532 นายสนั่น นภาศัพท์ โจทก์ อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสนั่น นภาศัพท์ · จำเลย - อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · นาม ยิ้มแย้ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายตัน เวทไว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4869/2533ฎีกา 4238/2530ฎีกา 5888/2543ฎีกา 12789/2556ฎีกา 5632/2536ฎีกา 3367/2545ฎีกา 2826/2543ฎีกา 97/2542ฎีกา 9629/2544ฎีกา 1206/2550ฎีกา 1731/2522ฎีกา 500/2543ฎีกา 9809/2560ฎีกา 7471/2551ฎีกา 1044/2536ฎีกา 8578/2548ฎีกา 5002/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา