คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่อาจเกิดขึ้นในวาระเดียวกันและไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ถือเป็นความผิดกรรมเดียว
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายแยกการกระทำของจำเลยแต่ละกรรมให้เห็นชัดว่า การกระทำความผิดทั้งสองข้อหาแยกออกสำเร็จเป็นความผิดแต่ละกรรมเป็นกระทงความผิดอย่างไร โจทก์คงบรรยายฟ้องรวมกันว่าจำเลยมีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตและจำเลยได้นำเครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าวไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตซึ่งไม่สามารถแยกการกระทำทั้งสองอย่างออกต่างหากจากกันได้ เพราะการกระทำความผิดฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นอาจเกิดขึ้นได้ในวาระเดียวกันกับความผิดฐานมีวิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคมพ.ศ. 2498 มาตรา 4, 6, 22, 23 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91สั่งริบของกลางเพื่อไว้ใช้ในราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6, 23 ความผิดฐานมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมตามฟ้องเป็นความผิดที่อยู่ในบทมาตราเดียวกันจึงเป็นความผิดฐานเดียวกันไม่ใช่หลายกรรมตามฟ้องโจทก์ ให้ลงโทษปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,500 บาท ในกรณีที่จำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ของกลางริบเพื่อไว้ใช้ในราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข
โจทก์อุทธรณ์ว่า ความผิดฐานมีเครื่องวิทยุคมนาคมและฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคมเป็นความผิดต่างกรรมกัน ขอให้เรียงกระทงลงโทษจำเลย
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายแยกการกระทำของจำเลยแต่ละกรรมให้เห็นได้ชัดเจนว่าการกระทำความผิดทั้งสองข้อหานี้แยกออกสำเร็จเป็นความผิดแต่ละกรรมเป็นกระทงความผิดอย่างไรโจทก์คงบรรยายฟ้องรวมกันมาว่า จำเลยมีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตและจำเลยได้นำเครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าวไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งไม่สามารถแยกการกระทำทั้งสองอย่างออกต่างหากจากกันได้ เพราะการกระทำความผิดฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นอาจเกิดขึ้นได้ในวาระเดียวกันกับความผิดฐานมีวิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2536
พนักงานอัยการ จังหวัด นครราชสีมา โจทก์
นาย นริศ คงสวัสดิ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครราชสีมา · จำเลย - นาย นริศ คงสวัสดิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สังเวียน รัตนมุง |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ