⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1731/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1731/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจ่ายสินบนและรางวัลแก่ผู้นำจับและเจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมายให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิดฯ ต้องจ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลางที่ศาลสั่งริบ หรือจากเงินค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาลเท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติให้จำเลยเป็นผู้จ่ายสินบนและรางวัลโดยตรง.

ย่อคำพิพากษา

ตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิดฯผู้นำจับและพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำผิดมีสิทธิได้รับสินบนและรางวัลโดยพนักงานอัยการเป็นผู้ร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนหรือรางวัลดังกล่าว การจ่ายสินบนและรางวัลให้จ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลางซึ่งศาลสั่งริบเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ในกรณีที่ศาลมิได้สั่งริบของกลาง หรือของกลางที่ศาลสั่งริบนั้น มิอาจขายได้ให้จ่ายจากเงินค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาล ไม่มีบทมาตราใดที่บัญญัติให้จำเลยเป็นผู้จ่ายสินบนและรางวัล ฟ้องโจทก์บรรยายแยกเป็นข้อ (ก) จำเลยตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ฯ ข้อ (ข) จำเลยนำหรือพาเครื่องวิทยุกระจายเสียงซึ่งผลิตในต่างประเทศโดยมิได้ผ่านด่านศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ ข้อ (ค) จำเลยมีเครื่องวิทยุไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติวิทยุและโทรคมนาคมฯ และบรรยายในตอนท้ายว่ามีสายลับต้องการสินบนนำจับนำเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเครื่องวิทยุกระจายเสียงจำนวน 1 เครื่องดังกล่าวในข้อ(ก)และ (ข) จำเลยยื่นคำให้การรับสารภาพตามฟ้องข้อ(ก)และ(ค) ส่วนฟ้องข้อ (ข) นั้นรับสารภาพว่าได้รับเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงไว้จริง ศาลได้สอบถามจำเลยแล้วจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า จำเลยรับสารภาพตามฟ้องดังนี้ ถือว่าจำเลยรับในข้อมีผู้นำจับด้วย โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับและจ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิดฯ ศาลชั้นต้นให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับร้อยละ 30 และจ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับอีกร้อยละสิบห้า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำขอส่วนนี้ โจทก์ฎีกาขอให้จ่ายสินบนและรางวัลตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาให้จ่ายสินบนนำจับร้อยละสามสิบและรางวัลร้อยละสิบห้าของราคาของกลางเท่าจำนวนที่โจทก์ขอมาในฎีกา โดยจ่ายจากค่าขายของกลาง ของกลางขายไม่ได้ให้จ่ายจากเงินค่าปรับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 ม.5 พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 ม.17 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ม.6 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ม.23 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.5 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.6 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.7 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน คือ ก. ระหว่างวันที่ 13 กันายน 2519 ถึงวันที่ 14 มกราคม 2520 จำเลยบังอาจตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงดำเนินบริการส่งวิทยุกระจายเสียงโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ข. ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน 2519 ถึงวันที่ 13 กันายน 2519 จำเลยบังอาจนำหรือพาเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงซึ่งผลิตในต่างประเทศอันเป็นของต้องห้ามจำกัดที่ยังมิได้เสียภาษีและผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรเป็นเงิน 10,496.81 บาทโดยเจตนาฉ้อภาษีของรัฐบาล หรือมิฉะนั้นระหว่างวันที่ 13 กันยายน 2519ถึงวันที่ 14 มกราคม 2520 จำเลยบังอาจช่วยซ่อนเร้นหรือรับไว้ซึ่งเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงอันรู้อยู่ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรดังกล่าว ค. ระหว่างวันที่ 13 กันยายน 2519 ถึงวันที่ 14 มกราคม 2520 เวลากลางวันจำเลยบังอาจมีเครื่องวิทยุคมนาคม คือเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงไว้ในครอบครองโดยมิได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2520 มีสายลับต้องการสินบนนำจับนำเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมเครื่องวิทยุกระจายเสียงจำนวน 1 เครื่องดังกล่าวในข้อ (ก) และ (ข) เป็นของกลาง เหตุในข้อ (ก)(ข)(ค) เกิดที่ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์พ.ศ. 2498 มาตรา 5, 16, 17 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 27 ทวิ, 31 พระราชบัญญัติศุลกากรการ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2490มาตรา 3 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2499 มาตรา 4 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. 2489มาตรา 5, 6, 7, 8, 9 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6,23 ริบเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงของกลาง และให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ และจ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมด้วย จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องข้อ (ก) และ (ค) ส่วนฟ้องข้อ (ข)นั้น จำเลยรับสารภาพว่าได้รับเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงไว้จริง โจทก์จำเลยไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายและมาตราที่โจทก์ฟ้องทุกประการ ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2498 มาตรา 5, 17 จำคุก 1 ปีปรับ 4,000 บาท กระทงหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6, 23 จำคุก 1 ปี และปรับ 4,000 บาทอีกกระทงหนึ่ง และตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2499มาตรา 4 ปรับ 162,175.24 บาท อีกระทงหนึ่ง รวมโทษ 3 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี และปรับ 170,175.24 บาท จำเลยรับสารภาพโดยดีปราณีลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก1 ปี ปรับ 85,087.62 บาท ให้รอการลงโทษไว้ภายใน 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ถ้าจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 แต่ไม่ให้กักขังเกิน2 ปี ริบของกลาง ให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับร้อยละสามสิบและจ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับอีกร้อยละสิบห้าของราคาของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกโทษปรับ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดนั้นเหมาะสมแล้วไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลง แต่เห็นว่าศาลชั้นต้นยังปรับบทลงโทษไม่ถูกต้องและเห็นว่าจำเลยไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับและรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับ ทั้งคดีนี้โจทก์ก็มิได้นำสืบว่ามีผู้นำจับ จึงพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2498 มาตรา 5, 17 พระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิมเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2499 มาตรา 6, 23 และให้ยกคำขอของโจทก์เกี่ยวกับสินบนนำจับและรางวัลเจ้าพนักงานผู้จับเสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ศาลสั่งจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ และสั่งจ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิดพ.ศ. 2489 มาตรา 5, 6, 9 บัญญัติว่าผู้นำจับผู้กระทำผิดว่าด้วยกฎหมายศุลกากรมีสิทธิได้รับสินบนและพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำผิดมีสิทธิได้รับรางวัลโดยให้พนักงานอัยการเป็นผู้ร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนหรือรางวัลดังกล่าว ปัญหาที่ว่าใครเป็นผู้จ่ายหรือจ่ายจากไหนนั้นมีบัญญัติไว้ในมาตรา 7ว่า "สินบนและรางวัลให้จ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลาง ซึ่งศาลสั่งริบเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ในกรณีที่ศาลมิได้สั่งริบของกลางหรือของกลางที่ศาลสั่งริบนั้นมิอาจขายได้ ให้จ่ายจากเงินค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาล" ไม่มีมาตราใดที่บัญญัติให้จำเลยเป็นผู้จ่ายสินบนและรางวัลเลยที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายนั้นจึงเป็นการชอบแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำขอของโจทก์เกี่ยวกับสินบนนำจับและรางวัลเจ้าพนักงานผู้จับเสียเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะเป็นเงินที่ผู้นำจับและเจ้าพนักงานผู้จับมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 6 อยู่แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์อ้างว่าโจทก์มิได้นำสืบว่ามีผู้นำจับนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ได้กล่าวมาในฟ้องแล้วว่า คดีนี้มีสายลับนำเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงของกลาง ซึ่งจำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพตามฟ้องแล้ว คดีฟังได้ว่ามีผู้นำจับเลยไม่จำต้องสืบพยานอีก พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับร้อยละสามสิบของราคาของกลาง และให้จ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับกุมอีกร้อยละสิบห้าของราคาของกลางด้วยเท่าจำนวนที่โจทก์ขอมาในฎีกา หากของกลางที่ศาลสั่งริบไม่อาจขายได้จึงให้จ่ายจากเงินค่าปรับที่จำเลยได้ชำระต่อศาล นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1731/2522 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นายสมจิตร ทีบัว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น · จำเลย - นายสมจิตร ทีบัว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · จันทร์ ระรวยทรง · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 3346/2533ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา