⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4869/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4869/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีและใช้เครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคมอันเป็นความผิดตามกฎหมายเดียวกันในเวลาเดียวกัน ถือเป็นความผิดกรรมเดียว.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีและใช้เครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคมอันเป็นความผิดในมาตราเดียวกัน ตาม พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6 ในเวลาเดียวกันเท่ากับว่า มีเจตนาอันเดียว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ม.6

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีไว้ซึ่งเครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคมซึ่งใช้รับและส่งเครื่องหมาย สัญญาณ เสียง และการอื่นใดซึ่งสามารถให้เข้าใจความหมายได้ด้วยคลื่นแฮรตเซียน ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต และใช้เครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าวโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 4, 6, 22, 23ริบของกลางเพื่อไว้ใช้ในราชการของกรมไปรษณีย์โทรเลข จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6, 23 ลงโทษฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90ให้จำคุก 2 ปี และปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์การแก่พิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ของกลางให้ริบไว้ใช้ในราชการของกรมไปรษณีย์โทรเลข โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อที่ต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกามีว่าการกระทำความผิดของจำเลยเป็นความรับผิดสองกรรมต่างกันซึ่งจะต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคมพ.ศ. 2498 มาตรา 6 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ผู้ใด ทำ มี ใช้ นำเข้าหรือนำออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรือตั้งสถานีวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใช้อนุญาต" เห็นว่า การมีและใช้เครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคมเป็นความผิดในบทมาตราเดียวกันการที่จำเลยจะใช้เครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคมได้ จำเลยย่อมจะต้องมีเครื่องรับและส่งดังกล่าวไว้ในครอบครองอยู่ก่อน และปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยมีและใช้เครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคมในเวลาเดียวกัน เท่ากับว่าจำเลยมีเจตนาอันเดียวกัน การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยฐานใช้เครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคมเพียงกระทงเดียวจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4869/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย กิจ ณ รงค์ นาม วงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย กิจ ณ รงค์ นาม วงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา