⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 97/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พฤติการณ์แห่งคดีที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่องและมีเจตนาหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าพนักงาน อาจเป็นเหตุให้ศาลไม่รอการลงโทษจำคุกได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนแต่ปรากฏตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติ ว่าจำเลยมีอาชีพรับจ้างขับรถไถลากไม้เถื่อน จากเขตแดน ประเทศไทย- พม่า และใช้เครื่องวิทยุคมนาคมของกลาง เพื่อดักฟังการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานตำรวจขณะจำเลย ขนไม้เถื่อน ทั้งการมีและพาอาวุธปืนของกลางก็เป็นไป เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวด้วย พฤติการณ์แห่งคดีจึง ไม่สมควรรอการลงโทษให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ม.4 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ม.6 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ม.22 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ม.23 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 4, 6, 22, 23 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มาตรา 4, 11, 39 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 6 วรรคสอง, 60 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 371 ริบเครื่องวิทยุคมนาคมและเสารับส่งของกลางให้แก่กรมไปรษณีย์โทรเลข จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 4, 6, 22, 23 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มาตรา 4, 11, 39พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 6 วรรคสอง, 60ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก6 เดือน ฐานมีเครื่องวิทยุคมนาคม จำคุก 6 เดือน ฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคม จำคุก 6 เดือน ฐานใช้รถยนต์ที่ยังไม่ได้เสียภาษีประจำปี ปรับ 2,000 บาท ฐานใช้รถยนต์ที่ไม่ได้จัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยปรับ 20,000 บาท รวมจำคุก2 ปี 6 เดือน ปรับ 22,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 3 เดือนปรับ 11,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ริบเครื่องวิทยุคมนาคมและเสารับส่งของกลางให้แก่กรมไปรษณีย์โทรเลข จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 4, 6 วรรคหนึ่ง, 22, 23 ความผิดฐานมีเครื่องวิทยุคมนาคมและฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคม เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งมีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคม เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วเป็นจำคุก 2 ปี ปรับ 22,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ปรับ 11,000 บาท คืนอาวุธปืน กระสุนปืน ซองพกอ่อนและรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัย "ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่าแม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน แต่ปรากฏตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติว่าจำเลยมีอาชีพรับจ้างขับรถไถลากไม้เถื่อน จากเขตแดนประเทศไทย-พม่าทางด้านตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และใช้เครื่องวิทยุคมนาคมของกลางเพื่อดักฟังการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานตำรวจขณะจำเลยขนไม้เถื่อน การมีและพาอาวุธปืนของกลางจึงเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวด้วยพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2542 พนักงานอัยการ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นาย สว่าง อร่าม เลื่อม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นาย สว่าง อร่าม เลื่อม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ หัตถกรรม · สุวัตร์ สุขเกษม · ชนะ ภาสกานนท์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1891/2500ฎีกา 729/2508ฎีกา 180/2554ฎีกา 4869/2533ฎีกา 1336/2553ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2279/2515ฎีกา 2024/2531ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 4534/2531ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ