คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้ถือเอาวันที่โจทก์ได้ทราบข้อเท็จจริงอันเป็นมูลเหตุละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำละเมิดอย่างชัดแจ้ง การฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเหตุให้คดีขาดอายุความ.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสามรับราชการในสังกัดกรมโจทก์ประมาทเลินเล่อให้เรือขุดลอกคลองตักดินจากลำคลองยกข้ามรั้วโรงเรียนเข้าไปเทชิดแนวรั้วด้านใน เป็นเหตุให้แนวรั้วโรงเรียนบางส่วนซึ่งเป็นทรัพย์สินของโจทก์ได้พังลง เมื่อคณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งทำรายงานว่าจำเลยทั้งสามเป็นผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์ อธิบดีกรมโจทก์ลงชื่อรับทราบรายงานดังกล่าวแล้ว แม้จะสั่งสอบสวนเพิ่มเติมก็เพื่อจะทราบว่าผู้รับเหมาซึ่งขุดลอกคลองจะต้องร่วมรับผิดด้วยหรือไม่ต้องถือว่าโจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในวันที่อธิบดีมีคำสั่ง โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสามรับราชการในสังกัดกรม โจทก์ให้เรือขุดตักดินจากลำคลองยกข้ามรั้วเข้าไปเทชิดแนวรั้วด้านในเป็นเหตุให้แนวรั้วของโรงเรียนบางส่วนซึ่งเป็นทรัพย์สินของโจทก์ได้พังลงไปในคลอง ซึ่งเกิดจากการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของจำเลยทั้งสาม โจทก์ต้องสร้างรั้วขึ้นใหม่ ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๑๕๙,๕๓๔ บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสามให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยทั้งสามไม่ได้กระทำการโดยประมาททำให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย ค่าเสียหายอย่างมากไม่เกิน ๘๐,๐๐๐ บาท และคดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามเอกสารหมาย ล.๘ นายเดโช สวนานนท์ อธิบดีกรมการฝึกหัดครูได้ลงนามรับทราบรายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๘ และได้ทำความเห็นแย้งให้คณะกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมอีก ๒ ครั้ง คณะกรรมการได้รายงานผลการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบให้โจทก์ทราบเป็นครั้งสุดท้าเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๒๘ และอธิบดีกรมการฝึกหัดครู ลงนามรับทราบผลเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๘ ดังนั้นอายุความฟ้องร้อง ๑ ปจึงต้องนับตั้งแต่วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๘ และครบอายุความ ๑ ปี ในวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๙ การที่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๙ คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามภาพถ่ายบันทึกข้อความเอกสารหมาย ล.๘ คณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบทางแพ่งได้รายงานให้อธิบดีกรมการฝึกหัดครูทราบว่า จำเลยทั้งสามเป็นผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์ และเป็นผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน ๑๓๖,๕๐๐ บาท ปรากฏว่านายเดโช สวนานนท์อธิบดีกรมการฝึกหัดครูลงลายมือชื่อรับทราบรายงานดังกล่าวนั้นเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๘ แม้จะสั่งสอบสวนเพิ่มเติมก็เพื่อจะทราบว่าผู้รับเหมาซึ่งขุดลอกคลองจะต้องร่วมรับผิดในมูลละเมิดด้วยหรือไม่ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนได้รายงานว่า การที่รั้วของวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พังมิใช่ผลโดยตรงจากการขุดลอกคลองผู้กระทำจึงไม่น่าจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ตามภาพถ่ายบันทึกข้อความเอกสารหมาย ล.๑๑ และ ล.๑๒ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ฟ้องของโจทก์จึงพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวจำเลยทั้งสามผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2532
กรมการฝึกหัดครู โจทก์
นายอารมณ์ เอี๊ยบเจริญ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมการฝึกหัดครู · จำเลย - นายอารมณ์ เอี๊ยบเจริญ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เจริญ นิลเอสงฆ์ · มาโนช เพียรสนอง · ประมาณ ชันซื่อ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายนิวัฒน์ แก้วเกิดเคน · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา