⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2883/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2883/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ระบุชื่อจำเลยโดยไม่ตรงกับชื่อนิติบุคคล แต่ได้บรรยายให้เข้าใจชัดเจนว่าหมายถึงนิติบุคคลใด ดำเนินธุรกิจอย่างไร และมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยชื่อใด ย่อมถือว่าจำเลยนั้นเป็นบุคคลที่ถูกฟ้องได้ แม้ชื่อที่ระบุจะมิใช่นิติบุคคลก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ระบุชื่อจำเลยในตอนต้นคำฟ้องว่า "สายเดินเรือเมอส์กกรุงเทพฯ" แต่ในคำบรรยายฟ้องโจทก์ได้กล่าวโดยชัดแจ้งว่าจำเลยหมายถึงบริษัทใด ดำเนินธุรกิจในทางใด จดทะเบียนพาณิชย์ ไว้ในประเทศ ไทย โดยใช้ชื่อว่าอะไร สำนักงานตั้งอยู่แห่งใด จนเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่าโจทก์ฟ้องบริษัท ต. กับบริษัท อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลอยู่ในประเทศ เดนมาร์ก และมีสำนักงานสาขาสำหรับดำเนินธุรกิจซึ่งบริษัททั้งสองทำร่วมกันในประเทศ ไทย โดยใช้ชื่อว่า"สายเดินเรือเมอส์ก สาขากรุงเทพฯ" เป็นจำเลย ดังนี้แม้"สายเดินเรือเมอส์ก สาขากรุงเทพฯ" จะมิได้เป็นนิติบุคคลก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยไม่อาจถูกฟ้องเป็นจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.67 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดรีฟริโกสั่งซื้อสินค้าจากบริษัอีพีซีไอ คอร์โปเรชั่น จำกัด ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งได้จ้างจำเลยหมายถึงบริษัทดัมป์สกิปเซลสกาเบ็ทอาฟ ๑๙๑๒ อักตีเซลสกาป จำกัดและบริษัทอักตีเซลสกาเบ็ท ดัมป์สกิปเซลสกาเบ็ทสเว็นด์บอร์ก จำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศเดนมาร์ก ขนส่งสินค้าดังกล่าวมายังประเทศไทยโดยทางทะเล เมื่อจำเลยนำสินค้ามามอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดรีฟริโก ปรากฏว่าสินค้าสูญหายคิดเป็นเงิน๔๗,๖๖๒.๒๐ บาท โจทก์ผู้รับประกันความสูญหายและเสียหายของสินค้าดังกล่าวกับผู้ซื้อได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนดังกล่าวให้ผู้ซื้อแล้ว จึงรับช่วงสิทธิมาเรียกร้องจากจำเลย ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหาย๔๗,๖๖๒.๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ใช่นิติบุคคล และไม่ใช่สาขาของบริษัทเดินเรือที่โจทก์กล่าวในฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลในประเทศไทย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย๔๗,๖๖๒.๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ใช่นิติบุคคลโจทก์ไม่อาจฟ้องจำเลยได้นั้น เห็นว่า โจทก์ระบุชื่อจำเลยในตอนต้นของคำฟ้องว่า "สายเดินเรือเมอส์ก สาขากรุงเทพ ฯ" ตามชื่อที่จดทะเบียนพาณิชย์ไว้ แต่ในคำบรรยายฟ้องโจทก์ได้กล่าวให้ทราบโดยแจ้งชัดแล้วว่าจำเลยหมายถึงบริษัทใด ดำเนินธุรกิจในทางใดจดทะเบียนพาณิชย์ไว้ในประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่าอะไร สำนักงานตั้งอยู่แห่งใด เมื่อคำฟ้องของโจทก์เป็นที่เข้าใจได้แล้วว่า โจทก์ฟ้องบริษัทดัมป์สกิปเซลสกาเบ็ทอาฟ ๑๙๑๒ อักตีเซลสกาป จำกัด กับบริษัทอักตีเซลสกาเบ็ทดัมป์สกิปเซลสกาเบ็ทสเว็นด์บอร์ก จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลอยู่ในประเทศเดนมาร์ก และมีสำนักงานสาขาสำหรับดำเนินธุรกิซึ่งบริษัททั้งสองทำร่วมกันในประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่า"สายเดินเรือเมอส์ก สาขากรุงเทพฯ" เป็นจำเลย ดังนี้แม้"สายเดินเรือเมอส์ก สาขากรุงเทพฯ" จะมิได้เป็นนิติบุคคล ก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยไม่อาจถูกฟ้องเป็นจำเลยได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2883/2532 บริษัทโฮมอินชัวรันซ์ จำกัด โจทก์ สายเดินเรือเมอส์ก สาขากรุงเทพฯ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทโฮมอินชัวรันซ์ จำกัด · จำเลย - สายเดินเรือเมอส์ก สาขากรุงเทพฯ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ประมาณ ชันซื่อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบุญช่วย คงเมือง · ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 9502/2539ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา