⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2888/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2888/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค แม้ข้อเท็จจริงจะแตกต่างไปจากคำฟ้อง ก็ถือว่าบุคคลนั้นมีความผูกพันตามเช็ค และไม่ทำให้คดีโจทก์เสียไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสลักหลัง เป็นอาวัล แม้โจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ 2 นำเช็คของจำเลยที่ 1 มาชำระหนี้ของจำเลยที่ 2 เองต่อโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสลักหลังไว้เมื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังเช็คและจะต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คแล้วเป็นอันถือได้ว่าจำเลยที่ 2 มีความผูกพันต่อโจทก์ตามเช็คพิพาทแม้การที่โจทก์ได้เช็คไว้ ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจะแตกต่างไปจากคำฟ้องบ้าง ก็ไม่ถึงกับทำให้คดีโจทก์เสียไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.921 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.940 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.967 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๗ เพื่อชำระหนี้ให้โจทก์โดยจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คเป็นอาวัลให้โจทก์เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเพียงผู้รับฝากเช็คตามฟ้องจากผู้อื่นให้นำไปชำระหนี้แก่โจทก์ ส่วนหนี้ระหว่างจำเลยที่ ๑ กับบุคคลภายนอกจะมีต่อกันอย่างไร จำเลยที่ ๒ ไม่ทราบขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๕๒,๐๙๓.๗๕ บาทให้แก่โจทก์ ถ้าไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทน และให้จำเลยร่วมกันเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งของเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์โดยมีจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อสลักหลัง แต่ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ ๒ นำเช็คของจำเลยที่ ๑ มาชำระหนี้ของจำเลยที่ ๒ เองต่อโจทก์โดยจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อสลักหลังไว้เป็นการนำสืบข้อเท็จจริงต่างจากฟ้องนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ เป็นผู้สลักหลังเช็คพิพาทและจะต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คแล้ว เป็นอันถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ มีความผูกพันต่อโจทก์ตามเช็คพิพาท แม้การที่โจทก์ได้เช็คไว้ ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจะแตกต่างไปจากคำฟ้องบ้างก็ไม่ถึงกับทำให้คดีโจทก์เสียไป พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2888/2532 ห้างหุ้นส่วนจำกัดประสงค์ทรานสปอร์ต โจทก์ นายสุ้ยกัน หรือซุ่ยกัน แซ่เจี่ยกับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดประสงค์ทรานสปอร์ต · จำเลย - นายสุ้ยกัน หรือซุ่ยกัน แซ่เจี่ยกับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · บุญส่ง คล้ายแก้ว · นิเวศน์ คำผอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายณรงค์ ไชยวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2551ฎีกา 3405/2537ฎีกา 6370-6371/2550ฎีกา 576/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 610/2520ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 312/2531ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา