⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3133/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงที่มาของทรัพย์สินและการได้ทรัพย์สินมา ไม่ถือว่าแตกต่างจากคำร้องจนเป็นเหตุให้รับฟังไม่ได้ หากเป็นการขยายความหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมจากที่กล่าวอ้างในคำร้อง

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องกล่าวในคำร้องว่า ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทจาก ช. แต่นำสืบว่า จ. มารดาผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทจาก ช. แล้ว ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทต่อจาก จ. อีกทีหนึ่ง เป็นการนำสืบถึงที่มาของที่ดินพิพาทและการได้ที่ดินพิพาทมา ไม่ถือว่าทางนำสืบต่างกับคำร้องถึงขนาดเป็นเหตุให้รับฟังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า นายทัด เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๐๗ และนายชุ่ม อำแดงแช่ม สามีภรรยากัน ได้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๑ ให้ผู้ร้อง ที่ดินทั้งสองแปลงตั้งอยู่อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี ผู้ขายได้มอบโฉนดให้ผู้ร้องยึดถือไว้ ผู้ร้องได้เข้าครอบครองที่ดินเกิน ๑๐ ปี และได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าที่ดินทั้งสองแปลงเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๑ เป็นของนางกาหรี่ จาริก ผู้คัดค้าน เป็นบุตรและผู้จัดการมรดกของนางกาหรี่ยังไม่มีการแบ่งที่ดินแปลงนี้ให้แก่ทายาท ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๐๗ เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ส่วนที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๓๒๑ ผู้ร้องไม่ได้กรรมสิทธิ์ คำขอเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ให้ยก ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๓๒๑ เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๘๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทจากนางจีบแล้วผู้ร้องให้นางสมศรีปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทมาเป็นเวลาประมาณ ๑๗ ปี ซึ่งมีผลเท่ากับผู้ร้องให้นางสมศรีครอบครองที่ดินพิพาทแทนโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาจนปัจจุบันเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว ผู้ร้องจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๓๘๒ การที่ผู้ร้องกล่าวในคำร้องว่าผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทจากนายชุ่ม อำแดงแช่ม แต่นำสืบว่านางจีบมารดาผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทจากนายชุ่ม อำแดงแช่ม แล้วผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทต่อจากนางจีบอีกทีหนึ่งนั้นเป็นการนำสืบถึงที่มาของที่ดินพิพาทและการได้ที่ดินพิพาท จึงไม่ขัดกันเองอันจะเป็นเหตุให้รับฟังไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2532 นางชลอ โนรี โจทก์ นางบุญมา จาริก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชลอ โนรี · จำเลย - นางบุญมา จาริก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายศล ศิวะบวร · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา