⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3179/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3179/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยรับผิดแล้ว จำเลยจะยกข้อต่อสู้เดิมในคดีก่อนขึ้นมาคัดค้านในคดีใหม่ที่มูลหนี้มาจากคำพิพากษาเดิมนั้นอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาค้ำประกันและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว เมื่อโจทก์นำมูลหนี้ตามคำพิพากษานั้นมาฟ้องเป็นคดีล้มละลาย จึงต้องฟังว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ตามฟ้องจริง จำเลยจะอ้างเหตุผลอันเป็นข้อต่อสู้เดิมในคดีก่อนขึ้นมาคัดค้านเพื่อขอให้ศาลรื้อฟื้นปัญหาเรื่องความรับผิดของจำเลยดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยอีกไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยไม่มีทรัพย์สินที่จะยึดมาชำระหนี้ได้ ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้ล้มละลาย จำเลยให้การว่า ไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ ไม่มีผู้ใดมายึดทรัพย์จำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาในชั้นนี้ตามที่จำเลยฎีกาข้อเดียวว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาค้ำประกัน อันเป็นมูลที่โจทก์อ้างมาฟ้องจำเลยเพื่อขอให้ตกเป็นบุคคลล้มละลายจริงหรือไม่สำหรับปัญหานี้ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ความรับผิดของจำเลยตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าว โจทก์ได้ฟ้องบังคับเป็นคดีแพ่งมาก่อนและศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ โดยที่จำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นว่าไม่ชอบด้วยประการใดคำพิพากษาดังกล่าวจึงเป็นที่สุด หลังจากนั้นเมื่อโจทก์ไม่อาจบังคับชำระหนี้ได้จึงได้นำมูลหนี้ตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดนี้มาฟ้องเป็นคดีล้มละลาย ดังนั้นการที่จำเลยจะอ้างเหตุผลอันเป็นข้อต่อสู้เดิมในคดีก่อนซึ่งยุติเด็ดขาดไปแล้ว ขึ้นมาคัดค้านเพื่อขอให้ศาลรื้อฟื้นปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยในประเด็นเดียวกันนี้อีกจึงไม่อาจกระทำได้ เพราะเป็นกรณีที่จำเลยต้องถูกปิดปากโดยคำพิพากษาอันมีผลต้องห้ามให้ไม่อาจโต้แย้งเป็นอย่างอื่นได้ จึงต้องฟังว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ตามฟ้องจริง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3179/2532 ธนาคารสหมาลายัน จำกัด โจทก์ นายสันทัด ริจิรวนิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารสหมาลายัน จำกัด · จำเลย - นายสันทัด ริจิรวนิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประกาศ บูรพางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 79/2501ฎีกา 3581/2538ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 1646/2519ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 15617/2558ฎีกา 3556/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา