คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3248/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ศาลต้องดำเนินการตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14 ก่อนที่จะพิจารณาคดีต่อไป หากศาลมิได้ปฏิบัติดังกล่าว กระบวนพิจารณาจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องได้
ย่อคำพิพากษา
ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาและพิพากษาลงโทษจำเลยมาโดยมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14 เสียก่อนจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกามีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2), 225 ในอันที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำคุกตลอดชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่งโดยเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก ๕๐ ปี แล้วคงจำคุกจำเลย ๒๕ ปี
จำเลยอุทธรณ์ว่า ขณะกระทำผิดจำเลยวิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ขอให้ยกฟ้องหรือมีคำสั่งให้แพทย์ตรวจจำเลย
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมิได้ยกเหตุที่ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๕ ขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น ทั้งไม่จำเป็นต้องให้แพทย์ตรวจจำเลย แต่ศาลชั้นต้นลงโทษหนักเกินไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย ๒๐ ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑๐ ปี
จำเลยฎีกา
ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งตัวจำเลยไปให้แพทย์ตรวจและเรียกแพทย์มาให้ถ้อยคำ ศาลชั้นต้นไต่สวนแพทย์ผู้ตรวจแล้วส่งสำนวนมายังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ดังนั้นการที่ศาลล่างทั้งสองดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้มา จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔ ศาลฎีกามีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๘ (๒), ๒๒๕ ในอันที่จะมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นส่งตัวจำเลยไปยังโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จังหวัดสุราษฏร์ธานีหรือโรงพยาบาลแห่งอื่นตามที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควรรับไปดูแลรักษาจนกว่าจำเลยจะหายวิกลจริตหรือสามารถจะต่อสู้คดีได้ จึงให้ศาลชั้นต้นยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3248/2532
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดไชยา โจทก์
นายวิรัตน์ แก้วเกลี้ยง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดไชยา · จำเลย - นายวิรัตน์ แก้วเกลี้ยง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถวิล ทองสว่างรัตน์ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดไชยา - นายสมศักดิ์ ขวัญแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุณยเนตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา