⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3393/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3393/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่ไม่ได้ลงมือฆ่าผู้ตายโดยตรง แต่ได้ร่วมกระทำความผิดกับพวก โดยการเฝ้าดูการกระทำความผิดและขัดขวางการช่วยเหลือผู้ตาย ถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ย่อคำพิพากษา

ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายและภริยากับจำเลยดื่มสุรากันอยู่ที่บ้านผู้ตาย ผู้ตายมีปากเสียงและชกต่อยกับจำเลย มีคนห้ามแยกออกจากกันจำเลยโกรธผู้ตาย จึงพาพวกมาแก้แค้นผู้ตาย จำเลยทราบดีว่าพวกของจำเลยมีมีดและท่อนไม้หน้า 3 ยาว 1 เมตร เป็นอาวุธติดตัวไปด้วย เมื่อพวกของจำเลยเข้าชกต่อยผู้ตายตกลงไปในคลอง แล้วตามไปใช้ไม้ตีและใช้มีดแทงฆ่าผู้ตายถึงแก่ความตาย แม้จำเลยจะไม่ได้ลงมือฆ่าผู้ตายแต่การที่จำเลยเฝ้าดูพวกของจำเลยฆ่าผู้ตายและฉุด มือภริยาผู้ตายมิให้เข้าไปช่วยเหลือผู้ตาย ปล่อยให้พวกของจำเลยฆ่าผู้ตายจนถึงแก่ความตาย เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้ร่วมเป็นตัวการในความผิดฐานร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก ๑๘ ปีมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘คงจำคุก ๑๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบและไม่โต้แย้งกันฟังได้ในเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและภรรยาคือนางสุดใจกับจำเลยซึ่งเป็นน้องเขยนางสุดใจดื่มสุรากันอยู่ที่บ้านผู้ตาย ผู้ตายมีปากเสียงและทำร้ายจำเลย จำเลยออกจากบ้านผู้ตายไปตามนายประจวบแล้วจำเลยพร้อมด้วยนายประจวบได้พากันไปที่บ้านผู้ตาย จากนั้นผู้ตายก็ถูกคนร้ายหลายคนใช้ไม้และมีดเป็นอาวุธตีและแทงเป็นเหตุให้ผู้ตายขาดอากาศและเลือดเลี้ยงสมองจากการจมน้ำและเสียเลือดมาก ถึงแก่ความตายตามรายงานการตรวจศพท้ายฟ้อง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยได้ร่วมกับพวกที่หลบหนีเป็นคนร้ายรายนี้หรือไม่ โจทก์มีนางสุดใจเป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า หลังจากที่จำเลยกับผู้ตายชกต่อยกัน และจำเลยออกจากบ้านไปประมาณ ๑๐ นาที พยานก็ได้ยินเสียงเอะอะและคนตกน้ำที่หน้าบ้าน เมื่อวิ่งไปดูเห็นนายประจวบ นายชัย นายยืน และผู้ตายอยู่ในคลอง นายชัยใช้ไม้ขนาดหน้า ๓ ยาวประมาณ ๑ เมตร ตีศีรษะผู้ตายส่วนนายยืนถือมีดปลายแหลม แม้นางสุดใจจะเบิกความในทำนองว่าพวกของจำเลยทั้งสามเป็นผู้ทำร้ายผู้ตายในคลอง ส่วนจำเลยยืนอยู่ข้างบนห่างประมาณ ๒ เมตรก็ตาม แต่นางสุดใจก็ได้ให้การในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.๕ ว่า จำเลยได้พาพวกกลับมาบ้านผู้ตายจำเลยได้ต่อว่าผู้ตาย แล้วพวกของจำเลยได้เข้าทำร้ายผู้ตายจนตกลงไปในคลองหน้าบ้าน นางสุดใจจะเข้าไปห้าม แต่ถูกจำเลยฉุดมือไว้ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ปล่อยให้พวกของจำเลยใช้ไม้และมีดตีแทงผู้ตายในคลอง เห็นว่านางสุดใจได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนในวันเกิดเหตุนั้นเองไม่มีเวลาที่จะตกเติมเสริมแต่ง จึงเชื่อว่านางสุดใจได้ให้การในชั้นสอบสวนไปโดยความสัตย์ความจริง เหตุที่นางสุดใจมาเบิกความในทำนองที่ว่าจำเลยไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำร้ายผู้ตาย หากแต่เมื่อเกิดเหตุแล้วกลับช่วยเหลือพยานนำผู้ตายขึ้นจากคลองนั้น ก็เพื่อช่วยเหลือจำเลย เนื่องจากจำเลยเป็นน้องเขยของนางสุดใจนั่นเอง นอกจากนี้จากพฤติการณ์ที่ฟังได้ว่าเมื่อจำเลยถูกผู้ตายทำร้าย จำเลยก็กลับไปพาพวกมาหาผู้ตายในทันที เช่นนี้เชื่อได้ว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวก็เพื่อที่จะพาพวกของจำเลยมาแก้แค้นผู้ตายนั่นเอง คำให้การชั้นสอบสวนของนางสุดใจที่ว่าขณะพวกของจำเลยเข้าทำร้ายผู้ตาย นางสุดใจจะเข้าไปห้ามแต่ถูกจำเลยฉุดมือไว้ จึงมีเหตุสนับสนุนสามารถรับฟังเป็นความจริงได้นอกจากนี้ในชั้นสอบสวนจำเลยก็ให้การรับสารภาพตามเอกสารหมาย จ.๑๔ว่า เมื่อถูกผู้ตายทำร้าย จำเลยมีความโกรธจึงไปตามนายประจวบชิดชม นายวันชัย สุนทร และนายสมทรงหรือยืน กล้วยแป้น มาทำร้ายผู้ตาย โดยนายวันชัยมีไม้หน้า ๓ ยาวประมาณ ๑ เมตร นายสมทรงหรือยืนมีมีด ๑ เล่ม ทั้งจำเลยยังนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาตามเอกสารหมาย จ.๑๒ จ.๑๓ และ จ.๑๕ ด้วย ที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยไม่ได้ร่วมกับพวกทำร้ายผู้ตาย ชั้นสอบสวนจำเลยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายบังคับให้ลงชื่อในเอกสารโดยไม่ทราบข้อความนั้นคงมีแต่คำเบิกความของจำเลยกล่าวอ้างขึ้นเพียงลอย ๆ ไม่มีพยานหลักฐาอื่นใดสนับสนุน จึงเชื่อว่าจำเลยได้ให้การรับสารภาพตามเอกสารหมายจ.๑๔ ด้วยความสมัครใจของจำเลย เมื่อนำคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยมาพิจารณาประกอบกับคำเบิกความและคำให้การชั้นสอบสวนของนางสุดใจประจักษ์พยานโจทก์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักพอหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมีความโกรธผู้ตาย จึงไปตามพวกมาแก้แค้นผู้ตายมิใช่จำเลยพาพวกไปห้ามผู้ตายมิให้ทะเลาะกับนางสุดใจดังที่จำเลยนำสืบ จำเลยจึงร่วมกับพวกที่หลบหนีเป็นคนร้ายรายนี้ และโดยที่ข้อเท็จจริงปรากฏต่อไปว่า จำเลยทราบดีว่าพวกของจำเลยมีมีดและท่อนไม้หน้า ๓ ยาว ๑ เมตร เป็นอาวุธติดตัวไปด้วย เมื่อพวกของจำเลยเข้าชกต่อยผู้ตายตกลงไปในคลองแล้วตามไปใช้ไม้ตีและใช้มีดแทงฆ่าผู้ตายถึงแก่ความตาย แม้จำเลยจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าผู้ตายก็ตาม แต่การที่จำเลยเฝ้าดูพวกของจำเลยฆ่าผู้ตาย และฉุดมือนางสุดใจมิให้เข้าไปช่วยเหลือผู้ตาย ปล่อยให้พวกของจำเลยฆ่าผู้ตายจนถึงแก่ความตายเช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้ร่วมเป็นตัวการในความผิดฐานร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแล้ว พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3393/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายกฤษดาหรือหน่อง แซ่อึ้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายกฤษดาหรือหน่อง แซ่อึ้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิทวัส อยู่วัฒนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 3578/2531ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1386/2521ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา