⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3465/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3465/2532

ป.อาญา ม.317

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ชายพาหญิงที่ตนรักชอบพอไปอยู่กินกันฉันสามีภริยา โดยหญิงเป็นฝ่ายชักชวนก่อน ไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายกับจำเลยรับใคร่ ชอบพอกันมาก่อน ผู้เสียหายได้ไปหาจำเลย และเป็นฝ่ายชักชวนให้จำเลยซึ่งยังไม่มีภริยาพาผู้เสียหายไป จำเลยจึงพาผู้เสียหายไปที่บ้านบิดามารดาของจำเลยเพื่ออยู่กินกันฉันสามีภริยา ดังนี้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.317

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.317 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพรากผู้เสียหายอายุไม่เกินสิบป้าปีไปจากมารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรและเพื่อการอนาจาร และจำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ ๓ ครั้ง โดยผู้เสียหายยินยอม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗, ๓๑๗ จำเลยให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในส่วนแพ่งอนุญาตให้ผู้เสียหายกับจำเลยสมรสกันได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗,๓๑๗, ๙๑ แต่ความผิดฐานกระทำชำเรา จำเลยไม่ต้องรับโทษตามมาตรา ๒๗๗ วรรคท้ายลงโทษฐานพรากผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจาร จำคุก ๕ ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทุกข้อหา โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๗ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายกับจำเลยอยู่บ้านใกล้กันและรักใคร่ชอบพอกันมาก่อนวันเกิดเหตุผู้เสียหายไปหาจำเลยที่ร้านอาหารที่จำเลยทำงานอยู่ แล้วผู้เสียหายได้ชักชวนจำเลยไปที่บ้านลุงของผู้เสียหาย ต่อมาผู้เสียหายกลัวลุงจะดุจึงตัดสินใจไม่ไป ผู้เสียหายและจำเลยได้พากันขึ้นรถไปที่บ้านบิดามารดาของจำเลยแล้วสมัครใจร่วมประเวณีกันสองครั้งโดยประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา เห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายเป็นฝ่ายชักชวนให้จำเลยพาผู้เสียหายไปเอง และจำเลยก็พาผู้เสียหายไปอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๗ แม้จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดนี้ก็ลงโทษไม่ได้ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3465/2532 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายแดงหรือนัด ศรีนุ่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง · จำเลย - นายแดงหรือนัด ศรีนุ่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นำชัย สุนทรพินิจกิจ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายอรุณ จันทร์เกิด · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1400/2538ฎีกา 2580/2563ฎีกา 4529/2545ฎีกา 1774/2536ฎีกา 4385/2562ฎีกา 5557/2555ฎีกา 1880/2546ฎีกา 34/2521ฎีกา 2191/2522ฎีกา 1366/2564ฎีกา 2982/2562ฎีกา 1609/2563ฎีกา 261/2534ฎีกา 2561/2562ฎีกา 6065/2545ฎีกา 3152/2543ฎีกา 7290/2558ฎีกา 743/2540ฎีกา 4287/2548ฎีกา 13045/2553ฎีกา 2492/2552ฎีกา 489/2561ฎีกา 216/2564ฎีกา 5485/2562
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา