⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3670/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3670/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างเรียกรับเงินจากบุคคลภายนอกเพื่อดำเนินการในเรื่องที่นอกเหนือจากหน้าที่และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ถือเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสมและเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งนายจ้างสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยตำแหน่งนักการภารโรงเรียกและรับเงินจากบริษัท อ. เป็นค่าจัดการโอนย้ายและติดตั้งโทรศัพท์ตามหมายเลขของ ป. ให้แก่บริษัทดังกล่าว แล้วไม่นำเงินไปชำระแก่ ป. เป็นเหตุให้ ป. ไม่ดำเนินการโอนโทรศัพท์ให้การกระทำของโจทก์เป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ที่จะขอใช้บริการของจำเลยโดยมิชอบและเป็นการกระทำในเรื่องที่นอกเหนือจากตำแหน่งหน้าที่ เป็นที่เสื่อมเสียและอาจเกิดความเสียหายแก่จำเลย ถือได้ว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติงานของจำเลยที่กำหนดว่าประพฤติตนไม่เหมาะสมซึ่งจำเลยมีอำนาจเลิกจ้างโจทก์ได้ และการกระทำของโจทก์ดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(3) อีกด้วย จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.45 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง รับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม หากรับกลับเข้าทำงานไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหาย ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ประพฤติตนไม่เหมาะสมตามระเบียบปฏิบัติงานของจำเลย เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การที่โจทก์เรียกและรับเงินจากบริษัทแอ็คเมนเฟอร์นิคอน จำกัด เป็นค่าจัดการโอนย้ายและติดตั้งโทรศัพท์หมายเลขของนายประเทศ รมยานนท์ ให้แก่บริษัทดังกล่าว แล้วไม่นำเงินไปชำระแก่นายประเทศ เป็นเหตุให้นายประเทศไม่ดำเนินการโอนโทรศัพท์ให้ ภายหลังเมื่อบริษัทฯไปร้องเรียนกล่าวหาโจทก์ต่อจำเลย โจทก์จึงได้ดำเนินการให้นายประเทศโอนโทรศัพท์ให้นั้น ถือได้ว่าโจทก์ประพฤติตนไม่เหมาะสม เป็นการฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติงานของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้ไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแต่การที่โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบดังกล่าวยังไม่ถึงขั้นเป็นกรณีร้ายแรงจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การเลิกจ้างพนักงานของจำเลยรวมทั้งโจทก์จะต้องเป็นกรณีที่ได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่ในกรณีของโจทก์นั้น โจทก์ไม่ได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์หาได้ไม่ จำเลยต้องเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง รับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมและใช้ค่าเสียหายนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามระเบียบปฏิบัติงานองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการจ้างและเลิกจ้างคนงานประจำและคนงานชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๒๑ ข้อ ๘วรรคแรก ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ระบุว่า "องค์การโทรศัพท์ฯ จะเลิกจ้างคนงานประจำและคนงานชั่วคราวทุกประเภทเมื่อใดก็ได้ หากประพฤติตนไม่เหมาะสมหรือปฏิบัติงานไม่เป็นผลดีหรือหมดความจำเป็นในการจ้างโดยไม่มีข้อผูกพันใด ๆ ทั้งสิ้น"เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ได้กระทำการอันเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสมดังที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาแล้ว เช่นนี้ จึงเป็นเหตุที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้แล้วตามระเบียบปฏิบัติงานของจำเลยในข้อดังกล่าวซึ่งหาจำต้องเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงดังที่โจทก์อุทธรณ์ไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์รับเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท จากบริษัทแอ็คเมนเฟอร์นิคอน จำกัด เป็นค่าโอนย้ายและติดตั้งโทรศัพท์หมายเลข๓๙๑๕๒๕๐ ของนายประเทศซึ่งจะโอนให้แก่บริษัทแอ็คเมนเฟอร์นิคอน จำกัดแต่โจทก์นำเงินดังกล่าวไปให้นายประเทศไม่ครบ เป็นเหตุให้นายประเทศไม่โอนโทรศัพท์ให้ เป็นกรณีที่โจทก์อาศัยการเป็นผู้ปฏิบัติงานของจำเลยหลอกลวงให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าตนเองสามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้เพื่อรับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นการไม่เหมาะสม อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗(๓) จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยมีตำแหน่งหน้าที่เป็นนักการภารโรง การที่โจทก์เรียกและรับเงินจากบริษัทแอ็คเมนเฟอร์นิคอน จำกัด เป็นค่าโอนย้ายติดตั้งโทรศัพท์ของนายประเทศที่จะโอนให้แก่บริษัทดังกล่าว แล้วไม่นำเงินดังกล่าวไปชำระให้แก่นายประเทศ เป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ที่จะขอใช้บริการของจำเลยโดยมิชอบและเป็นการกระทำในเรื่องที่นอกเหนือจากตำแหน่งหน้าที่ของโจทก์เป็นที่เสื่อมเสียและอาจเกิดความเสียหายแก่จำเลยในการให้บริการแก่ผู้ที่จะขอใช้โทรศัพท์ การกระทำของโจทก์เป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสม ซึ่งมีระเบียบปฏิบัติงานองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการจ้างและเลิกจ้างคนงานประจำและคนงานชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๒๑ ข้อ ๘ ให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้ ทั้งการกระทำของโจทก์ดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ ๔๗(๓) อีกด้วย จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3670/2532 นางสุวิมล องอาจ โจทก์ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุวิมล องอาจ · จำเลย - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มาโนช เพียรสนอง · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายกมล เพียรพิทักษ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3371/2527ฎีกา 3591/2529ฎีกา 674/2526ฎีกา 2599/2541ฎีกา 2542/2533ฎีกา 3070/2529ฎีกา 4921/2532ฎีกา 3431/2542ฎีกา 2/2543ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 97-98/2529ฎีกา 2257/2543ฎีกา 3117/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 3908/2524ฎีกา 3852/2535ฎีกา 3903/2524ฎีกา 4042/2542ฎีกา 2030/2528ฎีกา 7476/2541ฎีกา 3199/2525ฎีกา 295/2541ฎีกา 3026/2538ฎีกา 2746/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา